มิ่งจียิ้มเอ่ย
เขาอารมณ์ดีเป็นที่สุด ตนแก้ปัญหาซึ่งทำให้คุณชายหนักอกหนักใจ คิดดูก็นับว่าได้ผูกมิตรแล้ว รุดไปเยี่ยมเยียนก็คงไม่ทำให้ปรมาจารย์ขุ่นเคือง
“ฮ่าๆๆ ผู้อาวุโสเหยาจะไปเยี่ยมเยียนคุณชายหลี่หรือ” ไป๋อู๋เฉินกล่าวด้วยรอยยิ้ม
“ตั้งใจเช่นนั้น แต่ไม่ใช่ตอนนี้” เหยาเมิ่งจีผงกศีรษะ จากนั้นจึงเอ่ยว่า “เรือนของคุณชายหลี่เพิ่งจะกลับมาเงียบสงบ ไม่ควรรบกวน ข้าจะรออีกสักระยะค่อยมาใหม่”
จ้าวซานเหอเอ่ยว่า “ผู้อาวุโสเหยาไตร่ตรองรอบคอบดีแท้ สมเหตุสมผลยิ่งนัก”
ในเมื่อคุณชายหลี่ชอบความเงียบสงบ เช่นนั้นก่อนที่พวกเขาจะแวะเวียนไปย่อมต้องประเมินดูก่อน
จากนั้น หลังจากที่พวกเขากล่าวทักทายสนทนากันแล้ว จึงกล่าวอำลาแยกย้ายกันจากไป
ฉินม่านอวิ๋นและผู้เฒ่ามิได้กลับ ทว่ามุ่งหน้าไปยังภัตตาคารแห่งหนึ่งในเมืองลั่วเซียน
ไม่ว่าขุนเขาสูงเพียงใด เมื่อมีเซียนพำนักย่อมศักดิ์สิทธิ์
นี่เป็นสถานที่ซึ่งอยู่ใกล้กับปรมาจารย์มากที่สุด ทำเลทองแห่งใดก็ไม่อาจเทียบ
“อาจารย์ ท่านจะไปพบปรมาจารย์เมื่อไรหรือ” ฉินม่านอวิ๋นเอ่ยถาม
เหยาเมิ่งจีสีหน้าครึ้มลง กระซิบบอกว่า “รอจังหวะเหมาะสม!”
ถึงแม้ว่าจะช่วยขจัดเรื่องหนักใจให้ปรมาจารย์แล้ว แต่ในใจของเขายังคงรู้สึกไม่มั่นคงอยู่บ้าง รู้สึกว่าตนเองยังทำได้ไม่ดีพอ ยังไม่ถึงเวลาไปพบปรมาจารย์
หากเป็นเป็นเพียงการไล่ผู้บำเพ็ญเซียน คำขอนี้ของปรมาจารย์ง่ายดายเกินไป เรื่องที่ง่ายดังปอกกล้วยเข้าปากเยี