่ยงนี้ย่อมมิใช่เรื่องจริง
เมื่อมาอยู่ในระดับเขาแล้ว แต่ไหนแต่ไรมา การใช้ความรู้สึกนั้นไม่มีทางผิดพลาด
หนึ่งในนั้นต้องแฝงปริศนาเป็นแน่!
เหยาเมิ่งจีขบคิดอย่างหนัก สุดท้ายก็เบนสายตาไปยังฉินม่านอวิ๋น เอ่ยอย่างแน่วแน่ “เจ้าหวนระลึกให้ดี เล่าคำพูดของปรมาจารย์ให้ข้าฟังอีกรอบ ห้ามผิดเพี้ยนไปแม้แต่คำเดียว!”
ฉินม่านอวิ๋นเองก็สีหน้าจริงจัง ไม่กล้าสุกเอาเผากิน พยายามนึกถึงทุกสิ่งอย่างในยามนั้น
ผ่านไปหนึ่งชั่วยามเต็มๆ นางถึงมั่นใจแล้วว่าตนได้ระลึกถึงทุกเรื่องอย่างครบถ้วน มิหนำซ้ำยังเลียนน้ำเสียงของ
หลี่เนี่ยนฝาน เอ่ยว่า “ช่วงนี้มีลำแสงของผู้บำเพ็ญเซียนบินผ่านไปผ่านมา ทำเอาข้าออกไปข้างนอกไม่ได้ ขึ้นเขาไปล่าสัตว์ยิ่งไม่ต้องพูดถึง พวกเจ้าช่วยไปสืบให้หน่อยได้ไหมว่าเป็นเพราะเหตุใด”
เหยาเมิ่งจีตื่นตระหนกไปทั้งร่าง ห้วงสำนึกมีแสงวับวาม ราวกับคว้าบางอย่างได้
เขาลูบหนวดของตน ใคร่ครวญถึงประโยคนั้นไม่ตก ถึงกับยกพู่กันขึ้นมาเขียนตรงหน้า
สมองของเขาแปรปรวนอย่างรวดเร็ว เอ่ยเสียงแผ่วเบา “ข้าจำต้องกระจ่างในคำใบ้ของปรมาจารย์เสียก่อน จึง
จะไปพบเขาได้ ไม่เช่นนั้นอาจทำให้ปรมาจารย์ขุ่นเคืองได้”
และนั่นก็กินเวลาไปถึงสามวัน ระหว่างนั้นฉินม่านอวิ๋นเองก็พยายามทำความเข้าใจกับปริศนาลึกลับในคำพูดนี้ แต่ก็ไม่บังเกิดผล เฉกเช่นการชมมวลบุปผากลางม่านหมอก
ในวันนั้น ราตรีอนธการเข้าปกคลุม
ทิวเขาล้วนกลายเป็นเงาดำมหึมา และบนเขาลูกหน