ทำให้สมองชาได้จริงๆ
นี่ถ้าหากให้ผู้บำเพ็ญเซียนจากโลกภายนอกรู้เข้า ไม่รู้ว่าผู้คนมากมายเพียงใดจะรู้สึกเจ็บปวดรวดร้าว
สมแล้วที่เป็นที่พำนักของเซียน ทุกซอกทุกมุมมีแต่ความพิศวง ทุกที่ล้วนมีแต่ของล้ำค่า!
นางสูดหายใจลึกไม่หยุด เพื่อข่มความตื่นตระหนกในใจของตน
‘นิ่งไว้ ข้าจะต้องนิ่งเข้าไว้ ห้ามทำให้คุณชายขุ่นเคืองเป็นอันขาด’
ฉินม่านอวิ๋นเหลือบมองลั่วซืออวี่ซึ่งอยู่ด้านข้าง ก็อดรู้สึกอิจฉาไม่ได้
บางครั้งการไม่รู้ก็นับว่าเป็นสุข ไม่เหมือนกับตนเองที่ต้องแสร้งว่าสุขุมเยือกเย็นเช่นนี้
“คุณชายหลี่ ขอถามสักหน่อยได้ไหม นั่นคือ…”
ฉินม่านอวิ๋นชี้ไปยังไผ่ประจักษ์มรรคาที่มุมกำแพง เอ่ยถามอย่างทนไม่ไหว
หลี่เนี่ยนฝานปรายตามอง ตอบอย่างไม่คิดมาก “นั่นเป็นวัสดุที่เหลือจากธนูที่ข้าทำน่ะ เป็นเศษขยะก็เท่านั้น
กำลังจะเตรียมเผาเป็นฟืน”
ขยะ?
เผาเป็นฟืน?
ฉินม่านอวิ๋นแทบหยุดหายใจ ขณะเดียวกันก็ปลื้มปีติเป็นอย่างมาก ยังดีที่ตนเอ่ยปากถามก่อน ไม่เช่นนั้นไผ่ประจักษ์มรรคาคงจะถูกนำไปเผาเสียแล้ว!
โชคดี โชคดีเหลือเกิน!
นางสูดหายใจเข้าลึก พยายามรักษาน้ำเสียงให้มั่นคง “เช่นนั้น…มอบไผ่ท่อนนั้นให้ข้าได้ไหม”
“เจ้าต้องการหรือ?” หลี่เนี่ยนฝานมองฉินม่านอวิ๋นอย่างแปลกใจ “ไม่ใช่ของมีค่าอะไร เจ้าเอาไปเถอะ”
“ขอบคุณคุณชายหลี่!”
ฉินม่านอวิ๋นเต็มตื้นขึ้นมาทันใด “กล่าวอย่างไม่ปิดบัง ไม้ไผ่ลำนี้สามารถนำมาใช้ได้ เข้ากับวัสดุเดิมที่ข้าใช้พอดิ