“ฟู่!”
ฉินม่านอวิ๋นหายใจเข้าเฮือกหนึ่ง ล้วนตื่นตะลึงกับคำพูดของลั่วซืออวี่
สีหน้าของนางหนักแน่น เอ่ยว่า “ซืออวี่ เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่มาก ไม่อาจพูดเรื่อยเปื่อยเป็นอันขาด! เหนือกว่าเซียนอะไรกัน นี่มันเหลือเชื่อเกินไปแล้วนะ!”
“ท่านพี่ม่านอวิ๋น ข้าไม่ได้พูดเรื่อยเปื่อย ถึงขนาดที่…ข้ารู้สึกว่าคำนิยามนี้ยังน้อยเกินไปด้วยซ้ำ!” สายตาของลั่วซืออวี่จริงจังเป็นที่สุด ส่วนลึกในใจของนางไหนเลยจะไม่ตื่นเต้น
ถ้าหากไม่ได้เห็นกับตา ต่อให้ตีนางจนตายก็ไม่เชื่อว่าโลกนี้จะมีผู้ยิ่งใหญ่ถึงเพียงนี้
“เจ้า…นี่…”
สายตาของฉินม่านอวิ๋นเต็มไปด้วยความซับซ้อน นางไม่รู้ว่าจะพูดอะไรอยู่สักพัก นางรู้ว่านางไม่ควรเขื่อ กระนั้นส่วนลึกในใจกลับมีเสียงพร่ำบอกนางว่านี่เป็นเรื่องจริง!
เหนือกว่าเซียน นี่มันมโนคติอะไรกัน
ลั่วซืออวี่ระดับพลังไม่ถึงขั้น อาจยังไม่รู้ว่าสามคำนี้มีพลังเพียงใด แต่ว่านางรู้ดี!
โลกบำเพ็ญเซียนทุกวันนี้ไม่มีผู้ใดบำเพ็ญสำเร็จเป็นเซียน ว่ากันว่าวิธีทางการเป็นเซียนได้ถูกตัดขาด หากจะเป็นเซียนได้นั้นยากเย็นกว่าแต่ก่อนไม่รู้กี่ร้อยเท่า!
เพื่อที่จะสำเร็จเป็นเซียน อัจฉริยบุคคลนับไม่ถ้วนก็ถือกำเนิดขึ้นในโลกบำเพ็ญเซียน ทดลองสารพัดวิธี สุดท้ายแล้วกลับทำได้เพียงกล้ำกลืนความอัปยศนี้ไป!
ผู้มีฝีมือจำนวนมากเห็นแล้วว่าการสำเร็จเป็นเซียนนั้นไร้ความหวัง วิถีอายุวัฒนะถูกปิดกั้น จึงพากันเลือกปิดด่านกักตน ก้มหน้ายอมรับโช