ับว่านางมองออกว่าราชวงศ์เซียนเฉียนหลงไม่รีบร้อนจริงๆ อีกทั้งชานี้ยังเรียกได้ว่าเป็นของล้ำค่าของราชวงศ์เซียนเฉียนหลง สำหรับนางแล้วมิได้ยั่วยวนใจเท่าไรนัก
“ท่านพี่ม่านอวิ๋น ดื่มชาสักนิดแล้วค่อยไปเถิด ไม่ได้เสียเวลาเท่าไหร่หรอก” ลั่วซืออวี่เอ่ยปากโน้มน้าว
จักรพรรดิลั่วก็กล่าวว่า “นั่นสิ แม่นางฉิน ถึงแม้ราชวงศ์เฉียนหลงของพวกข้าจะเทียบไม่ได้กับอารามเต๋าหลินเซียน แต่ใบชานี้ก็มิใช่ของหาง่าย พบได้ยากเสียยิ่งกว่าโอสถวิเศษ”
ฉินม่านอวิ๋นไม่อาจปฏิเสธ ในตอนนั้นสายตาก็ไปหยุดอยู่ที่น้ำชา
เอ๊ะ?
สายตาของนางชะงักค้างไป
ชานี้ไม่เหมือนกับชาที่นางเคยเห็นมาก่อน ใบชาจมลงก้นจอก ไร้ซึ่งสิ่งเจอปน
น้ำชาเป็นสีน้ำตาลอ่อนวรรณะหนึ่ง ใสกระจ่างนิ่งสงบ มองไกลๆ ดูคล้ายอำพันชั้นดี
“น้ำชานี้…ไม่ธรรมดา!”
นางเห็นโลกมามาก ศึกษาเกี่ยวกับใบชามาไม่น้อย แต่ถึงแม้นางจะเชิดชูตนเองว่าได้ลิ้มลองชาชั้นเลิศสารพัดชนิด เมื่อเห็นน้ำชาจอกนี้ก็ยังไม่อาจต้านทานความยั่วยวนได้
ใบหน้าของจักรพรรดิลั่วปรากฏรอยยิ้มกระหยิ่มใจในที่สุด
ชาที่ตนเก็บไว้ย่อมไม่ธรรมดา แม้แต่แม่นางฉินก็ยังตกตะลึง
เขาเองก็ยกจอกชาขึ้นมาจิบเช่นกัน
ทันทีที่มองไป ก็ชะงักงันไปทัน