ภายนอก ความสนใจของพวกเขาล้วนจดจ่ออยู่ในเนื้อเรื่อง
ซุนหงอคงร่ำเรียนวิชาความรู้ เหาะเหินเดินอากาศ มุดลงพื้นพิภพ แปลงกายเจ็ดสิบสองร่าง แต่ละอย่างล้วนทำให้
ผู้คนตื่นตะลึง
ไป๋อู๋เฉินเองก็ตื่นตะลึง กล่าวอย่างขมขื่น “พลังวิเศษเช่นนี้แข็งแกร่งกว่าวรยุทธ์ที่พวกเราฝึกไม่รู้ตั้งกี่เท่า”
“เมื่อเทียบกันแล้ว วรยุทธ์ของผู้บำเพ็ญเซียนอย่างพวกเราก็เป็นได้แค่ผายลมเท่านั้นละ!” ผู้เฒ่าจ้าวพูดตามตรง
ความเคลือบแคลงสงสัยในใจของเขามลายไปสิ้น โชคดีเหลือเกินที่ตนติดตามไป๋อู๋เฉินมา ไม่อย่างนั้นคงพลาดโอกาสอันดีงามเช่นนี้ไป
นี่คือโลกของเซียนหรือ? ความสามารถระดับนี้ช่างอัศจรรย์เหลือเกิน
ในตอนนั้น ต่อให้หลี่เนี่ยนฝานบอกว่าตนไม่ได้เป็นเซียน ก็คงไม่มีใครเชื่ออีกแล้ว
ถ้าหากไม่ใช่เซียน ทำไมท่านถึงรู้ว่าโลกที่เซียนอยู่นั้นเป็นอย่างไร ทำไมถึงเข้าใจพลังวิเศษของเซียนดีเพียงนั้นเล่า
หลี่เนี่ยนฝานยิ้มบาง เล่าต่อ “เมื่อรู้ชื่อแซ่ของตนแล้ว ก็กลับสู่ครรลอง ปฏิบัติดีรอวันจารึกนามไว้เป็นเซียน สุดท้ายจะมีผลเช่นใดไม่อาจรู้ โลกนี้จะเป็นอย่างไร เชิญสดับในบทต่อไป”
จบอีกแล้วหรือ?
ฝูงชนต่างรู้สึกฉงนใจอยู่บ้าง ยามนี้ถึงได้พบว่าข้างนอ