นหนึ่งมุ่งหน้าไปยังสำนักเซียนวั่นเจี้ยน
พวกเขาเป็นผู้ฝึกกระบี่ซึ่งขี่กระบี่เดินทางมา
ระหว่างทาง ผู้เฒ่าถอนหายใจสั้นบ้างยาวบ้าง แววตาแฝงความสงสารจับใจ
สุดท้ายแล้ว เด็กหนุ่มก็ทนไม่ไหว เอ่ยถามว่า “อาจารย์ สำนักเซียนวั่นเจี้ยนเกรงว่าจะไม่อยู่แล้วกระมัง พวกเรา
ยังไปที่นั่นทำไมอีกหรือขอรับ”
อาจารย์ทอดถอนใจพลางกล่าว “ชงเอ๋อร์ เดิมทีผู้บำเพ็ญเซียนอย่างพวกเราก็เดินทางที่ขัดกับหลักธรรมชาติอยู่แล้ว ดูคล้ายกับอยู่เหนือโลกโลกีย์ แต่แท้จริงแล้วที่ทุกที่ล้วนแต่อันตราย หากวันใดวันหนึ่งความตายมาเผชิญ น่ากลัวว่าแม้แต่คนเก็บศพให้ก็คงไม่มี
ข้ากับไป๋อู๋เฉินต่างก็เป็นผู้ฝึกกระบี่ ดวลวิชากันมานับร้อยปี เหลือเพียงข้าที่สามารถไปช่วยเก็บศพเจ้านั่นได้”
“อาจารย์ ถ้าหากเจอมารกระบี่เข้าจะทำอย่างไรเล่าขอรับ” เด็กหนุ่มเอ่ยอย่างวิตก
ผู้เฒ่าตอบอย่างจนปัญญา “เจอก็เจอเถิด ข้าเองก็อยู่ได้อีกไม่กี่ปีหรอก เมื่อถึงเวลานั้นเจ้ารีบหนีไป ข้าจะถ่วงเวลาให้เอง”
แววตาของเขาแลดูเศร้าโศกอยู่บ้าง ระคนไปด้วยความรู้สึกชิงชังโลก
ผู้ฝึกกระบี่ห้าปีก่อนรุ่งโรจน์เพียงใด คิดไม่ถึงเลยว่าเพียงชั่วพริบตาก็ถูกมารกระบี่ล้างผลาญไปกว่าครึ่ง เขาอายุมากแล้ว