พละกำลังไม่สู้เมื่อก่อน ไม่อยู่ในสายตาของมารกระบี่แม้แต่น้อย ไม่เช่นนั้นคงจะตายไปนานแล้ว
ด้วยนิสัยหัวรั้นดื้อดึงของเจ้าไป๋อู๋เฉินนั่น ย่อมไม่มีทางถอยหนี เป็นไปได้มากว่าตอนนี้ศพคงเย็นแล้ว
ทั้งสองวาดสายรุ้งยาวสายหนึ่งบนท้องฟ้า ไม่นานก็มาถึงอาณาเขตของสำนักเซียนวั่นเจี้ยน
ในตอนนั้นเอง ผู้เฒ่าก็สัมผัสได้ถึงบางสิ่ง จึงมองไปยังท้องฟ้าเวิ้งว้างห่างไกล
สายรุ้งยาวสามสายเคลื่อนเข้ามาไกลลิบๆ เพียงพริบตาเดียวก็มาถึง
เป็นพวกไป๋อู๋เฉินซึ่งเพิ่งกลับจากการฟังนิทานของหลี่เนี่ยนฝาน
เมื่อเห็นผู้เฒ่า ไป๋อู๋เฉินก็นิ่งงันไปเล็กน้อย “ผู้เฒ่าจ้าว ท่านมาได้อย่างไร”
ผู้เฒ่าจ้าวก็ชะงักไปครู่หนึ่งเช่นกัน จ้องไป๋อู๋เฉินเขม็ง กล่าวว่า “ไป๋อู๋เฉิน ทำไมเจ้าไม่ตาย ข้าเตรียมมาเก็บศพเจ้าไงเล่า!”
ไป๋อู๋เฉินกลับไม่โกรธเลยแม้แต่น้อย ยิ้มบางๆ “ฮ่าๆๆ ท่านก็อายุปูนนี้แล้ว ข้าย่อมต้องไปทีหลังอยู่แล้ว รอเก็บศพท่านก่อน”
“หึ” ผู้เฒ่าจ้าวไม่โต้ตอบ เอ่ยถามอย่างสงสัย “มารกระบี่ไม่ได้ท้าประลองเจ้า หรือว่าเจ้าไปหลบมา?”
“มีหรือข้าจะหลบ ผู้เฒ่าจ้าว ท่านดูแคลนข้าแล้ว” ไป๋อู๋เฉินถลึงตาด้วยความเดือดดาล จากนั้นมุมปากก็ยกขึ้นอย่างมีเลศนัย ค่อยๆ ปลดปล่อยอ