นเพียงปุถุชนธรรมดา
หลี่เนี่ยนฝานเองก็มองประเมินจงซิ่ว อดลอบตกตะลึงในความงามไม่ได้ มิน่าล่ะถึงได้มีลูกที่สวยสะคราญอย่างลั่วซืออวี่
หลี่เนี่ยนฝานเปิดประตูกว้าง เอ่ยด้วยรอยยิ้ม “พวกท่านมาได้จังหวะ ข้าทำอาหารกลางวันเสร็จพอดี”
จงซิ่วพยักหน้า เดินเข้าไปในเรือน
นางมองไปก็พลันเห็นเสี่ยวไป๋กำลังง่วนทำงานอยู่กลางเรือน ใบหน้าปรากฏความตกตะลึง
“ท่านแม่ นั่นคือเสี่ยวไป๋ที่ข้าเล่าให้ฟัง ฉลาดเฉลียวมาก!” ลั่วซืออวี่พูดแนะนำ นางโบกมือให้เสี่ยวไป๋ “สวัสดี เสี่ยวไป๋”
“สวัสดี สุภาพสตรีคนงาม ขอให้ข้าได้เตรียมอาหารอันโอชะให้กับพวกท่าน พวกท่านต้องชอบอย่างแน่นอน” ไม่รู้ว่าคิดไปเองหรือเปล่า หลี่เนี่ยนฝานรู้สึกว่าเสียงของเสี่ยวไป๋นุ่มนวลน่าดึงดูดกว่าเดิมเสียอีก
กำลังจีบสาวอยู่เหรอ
ส่วนจงซิ่วก็ตะลึงงันไปเรียบร้อยแล้ว
ความรู้และประสบการณ์ของนางมีมากกว่าลั่วซืออวี่ ดังนั้นจึงตกใจมากกว่า
นี่มันอาวุธวิญญาณอะไรกัน ไม่เพียงทำอาหารได้ ยังถึงกับคุยกับคนได้อย่างเป็นธรรมชาติด้วย หากนำของล้ำค่าที่สุดในราชวงศ์ไปเปรียบก็ไม่อาจสู้ได้เลย
ในตอนนั้น นางเชื่อคำพูดของบุตรสาวอย่างสนิทใจ ในขณะเดียวกันก็มีความคิดว่าการได้พบกับปรม