งเท้าของมันไว้บนโต๊ะพลางแลบลิ้นออกมาระหว่างรออาหารเช้า
หนานกงหวั่นที่กำลังนั่งอยู่ระหว่างหญิงสาวคนหนึ่งกับสุนัขอีกตัวหนึ่งรู้สึกว่าสถานการณ์ในตอนนี้ช่างแปลกประหลาดยิ่งนัก
นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน
หลังจากนั้นไม่นาน กลิ่นหอมฟุ้งก็ลอยออกมาจากห้องครัว ต่อมาชายร่างผอมบางคนหนึ่งก็เดินออกมา ในมือทั้งสองข้างของเขาถือจานร้อนฉ่าที่ส่งกลิ่นหอมอบอวลมาสองใบ
ชายคนนั้นคือปู้ฟางนั่นเอง
ปู้ฟางมีสีหน้าประหลาดใจเมื่อเห็นทั้งสามคน ทว่าเขาก็ไม่ได้คิดอะไรมากนัก
“เจ้าดำ นี่ซี่โครงเนื้อซอสเปรี้ยวหวานของเจ้า”
“เสี่ยวโยว นี่ข้าวหน้าโลหิตมังกรของเจ้า”
ปู้ฟางวางจานทั้งสองใบลงตรงหน้าเจ้าดำและเสี่ยวโยว จากนั้นเขาก็มองหนานกงหวั่นครู่หนึ่งก่อนจะเดินกลับไปในห้องครัว
หลังจากนั้นไม่นาน ชายหนุ่มก็เดินออกมาพร้อมเข่งเสี่ยวหลงเปาสองใบ
“นี่คือเสี่ยวหลงเปา มันอร่อยและเหมาะที่จะกินเป็นอาหารเช้า”
ปู้ฟางส่งเข่งใบหนึ่งให้หนานกงหวั่น ก่อนจะนั่งลงและเริ่มกินอาหาร
ระหว่างที่ปู้ฟางอยู่ที่ร้านอาหารแห่งนี้ เขาพยายามรังสรรค์อาหารจานใหม่ๆ อยู่เสมอ
เสี่ยวหลงเปานี้ก็เป็นอาหารจานใหม่ที่ปู้ฟางเพิ่งคิดขึ้น แต่เขาก็ไม่ใช่คนที่คิดค้นสูตรอาหารจาน