ร ก่อนจะเอนตัวพิงประตูบานนั้น
หนานกงหวั่นและหนานกงอู๋เชวียเดินเข้ามาทักทายชายหนุ่ม
ปู้ฟางอดขมวดคิ้วไม่ได้เมื่อเห็นว่าเจ้าของร้านขายโอสถทิพย์ที่อยู่รอบๆ ต่างจ้องเขาตาเขม็ง
“สหายปู้ เรารู้ว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับเจ้า ดังนั้นไม่ต้องกังวลไป เราจะต้องตามหาคนที่ก่อเรื่องนี้มาให้ได้ ตระกูลหนานกงจะไม่ยอมปล่อยให้เรื่องร้ายแรงเช่นนี้ผ่านไปง่ายๆ”
หนานกงอู๋เชวียตบหน้าอกของตนเองเพื่อเป็นการยืนยันกับปู้ฟาง
หนานกงหวั่นในตอนนี้อารมณ์ไม่ค่อยดีนัก เพราะร้านขายโอสถทิพย์ของนางก็ถูกทำลายเช่นกัน วันนี้นางตั้งใจมาปรับโฉมร้าน แต่ไม่คิดเลยว่าจะเกิดเหตุเช่นนี้ขึ้น
“เถ้าแก่ปู้ สถานที่ที่ผู้มีพรสวรรค์จะไปลงทะเบียนเพื่อเข้าร่วมงานประลองหัตถ์เวทนั้นอยู่ทางตอนใต้ของเมือง ตอนนี้เจ้าว่างหรือไม่ เราจะไปกันเลยก็ได้” หนานกงหวั่นพูดหลังจากถอนหายใจ
“ตอนนี้ข้ายังไม่ว่าง ยังไม่ได้กินอาหารเช้าเลย” ปู้ฟางตอบ
หนานกงหวั่นตัวแข็งเกร็ง นางอึ้งกับคำตอบของชายหนุ่ม
“พวกเจ้าอยากมากินด้วยกันไหมเล่า จะมากินก้ได้ แต่อย่าลืมทิ้งผลึกไว้ให้ด้วยก่อนกลับก็แล้วกัน” ปู้ฟางพูดขึ้นก่อนจะเดินกลับไปในห้องครัว
ดวงตาของหนานกงอู๋เชวียและหนานกงหวั่นเป็นปร