้าเช่นไรดี”
เมื่อลูกค้าที่อยู่รอบข้างได้ยินคำพูดของหนานกงหวั่น ร่างกายของพวกเขาก็สั่นสะท้านไปทั้งตัว นางช่างมีเสน่ห์และเย้ายวนยิ่งนัก ในเมื่อเทพธิดาพูดถ้อยคำเหล่านั้นด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน แล้วใครเล่าจะทนไหว
ปู้ฟางมองหนานกงหวั่นอย่างประหลาดใจ หญิงสาวคนนี้คิดจะทำอะไร หากต้องการกินอาหาร นางก็ควรพูดออกมาเลย ทำไมต้องพูดถึงเรื่องนี้ด้วยเล่า
“ไม่เป็นไร ข้าช่วยหนานกงอู๋เชวียได้โดยบังเอิญเท่านั้น เจ้าอยากกินอะไรล่ะ บอกข้ามาสิ” ปู้ฟางพูดอย่างไร้อารมณ์
ปู้ฟางช่วยหนานกงอู๋เชวียโดยบังเอิญจริงๆ เขาแค่ต้องทำข้าวหน้าโลหิตมังกรหนึ่งชามเท่านั้น มันไม่ใช่สิ่งที่ทำให้เขาต้องลำบากลำเค็ญแต่อย่างใด
ย้อนกลับไปตอนนั้น หากสิ่งที่เขาต้องทำเพื่อช่วยหนานกงอู๋เชวีย คือการทำพระกระโดดกำแพงหนึ่งร้อยชาม เขาคงจะหันหลังกลับแล้วเดินจากไปอย่างไม่ใยดี
พระกระโดดกำแพงหนึ่งร้อยชาม… แม้ว่าจะเอาตัวตลกอย่างหนานกงอู๋เชวียไปเร่ขายได้ แต่เขาก็คงไม่รับผลึกมากมายเท่าการขายพระกระโดดกำแพงหนึ่งร้อยชามแน่ๆ
แม้ว่าหนานกงหวั่นอยากจะพูดถึงเรื่องนี้ต่ออีกนิด นางก็ทำได้เพียงกะพริบตาคู่สวยของตนเองแล้วสั่งอาหาร “ตกลง เถ้าแก่ปู้ เช่นนั้นข้าเอาพระกระโดดก