างจึงโยนอาหารมาให้เล่า
หลังจากรับเนื้อปั้นกระปรี้กระเปร่ามา ปรมาจารย์เสวียนเปยก็รู้สึกถึงความอุ่นในมือ ความร้อนจากเนื้อปั้นทำให้ความขุ่นเคืองของเขาสงบลง
“เนื้อปั้นรึ” ปรมาจารย์เสวียนเปยมองปู้ฟางด้วยสายตาวูบไหว
ปู้ฟางพยักหน้าอย่างไร้อารมณ์ เขาจริงจังอย่างมากตอนพยักหน้า มันไม่เหมือนว่าเขากำลังก่อกวนปรมาจารย์เสวียนเปยแต่อย่างใด
กินบะหมี่หนึ่งชามต้องใช้เวลา กินเนื้อปั้นค่อนข้างสะดวกกว่า มันกินหมดได้ในไม่กี่คำ
ปรมาจารย์เสวียนเปยโยนเนื้อปั้นกระปรี้กระเปร่าเข้าปากพลางเคี้ยวสองสามครั้ง เขาพบว่ารสชาติของมันอร่อยมากจนทำให้ดวงตาเป็นประกาย
เมื่อเนื้อปั้นไหลลงท้อง ชายชราก็รู้สึกว่าหัวใจเริ่มเต้นเร็วขึ้นเรื่อยๆ พลังค่อยๆ ไหลเวียนไปทั่วร่างกาย
มันคือพลังที่ทำให้เลือดของเขาสูบฉีด
ฟึ่บ!
กล้ามเนื้อทุกมัดบนร่างปูดนูน หุ่นผอมบางของปรมาจารย์เสวียนเปยเริ่มพองออกด้วยกล้ามเนื้อที่หน้าตาเหมือนกล้ามเนื้อมังกร
พลัง! มันพลังเต็มเปี่ยม!
ปรมาจารย์เสวียนเปยประหลาดใจอย่างเป็นสุข สัมผัสได้ว่าภายในตัวมีพลังไร้ขีดจำกัดหมุนวนอยู่
โฮก!
เสียงคำรามโกรธแค้นดังก้องขึ้นเมื่อมังกรโลหิตเป็นอิสระจากสายฟ้าพลังปราณเที่ยงแท้ มันพุ่งเข้าใส่ปรมา