ักเจ้า แต่บอกไม่ได้ว่าข้าเป็นใคร ไม่ต้องกังวลไป ถือว่าเห็นแก่หน้าท่านสุนัขผู้ยิ่งใหญ่ผู้นี้ ไว้ข้ากลับยมโลกแล้วจะชดเชยให้เจ้า”
ท่านสุนัขผู้ยิ่งใหญ่ตอบอย่างคลุมเครือ
เมื่อได้ยินคำพูดของเจ้าดำ ปู้ฟางก็กลอกตาทันที เจ้าสุนัขอ้วนนี่ช่างไร้ยางอายเหลือเกิน
‘นางไม่รู้ว่าเจ้าเป็นใครด้วยซ้ำ เหตุใดต้องไว้หน้าเจ้าด้วย’
รอยกรีดบนหน้าผากของนางปิดลงช้าๆ ร่อยรอยความสงสัยปรากฏบนสีหน้าไร้อารมณ์แวบหนึ่ง นางจ้องภาพเงาสุนัขเหมือนกำลังขบคิดบางอย่าง
ดวงตาไร้ชีวิตชีวาของนางมีร่องรอยความตื่นตระหนกและแปลกใจ
“เจ้า…เองรึ”
ท่านสุนัขผู้ยิ่งใหญ่ชูอุ้งเท้าขึ้นพลางพยักหน้า
หญิงสาวจากยมโลกไม่ได้เอ่ยอะไรอีก เท้าของนางแตะพื้นเบาๆ ส่งร่างตัวเองกลับไปที่เรือยมโลกซึ่งเปล่งรัศมีเย็นยะเยือกออกมา
ประตูห้องโดยสารเรือเปิดออกพร้อมเสียงดังสนั่น จากนั้นนางก็หายวับเข้าไปในนั้น
“พวกนั้นชิงแก่นผลึกม่วงของข้าไป… แต่ครั้งนี้ข้าจะไว้หน้าเจ้า อย่าลืมที่รับปากไว้ด้วย”
เสียงของนางดังก้องราวสายลมที่พัดผ่านก่อนจะสลายหายไป
ทะเลหยุดปั่นป่วนและกลับคืนสู่ความสงบ
ดวงตาของปู้ฟางเบิกกว้าง เขามีสีหน้าแปลกประหลาดขณะมองเรือยมโลก
ถ้าไม่ได้ตาฝาด… เหมือนมีคนกำลังกระเสื