ด้ยินเสียงแว่วของคนที่กำลังร้องเพลงดังก้องไปทั่วห้อง ช่างน่าขนลุกและสะพร รึงกลัวยิ่งนัก
….
หมอกลอยขึ้นจากทะเลช้าๆ
ปู้ฟางนั่งขัดสมาธิอยู่บนเรือพลางยกมือขึ้น ชายหนุ่มสัมผัสได้ทันทีว่าหมอกนั้นปกคลุมเรือวิญญาณเอาไว้ ทุกอย่างดูพร่ามัวและเลือนรางเมื่อถูกหมอกโอบล้อม
หมอกหนาไม่ต่างจากม่านหลายชั้นที่คลุมทุกสิ่งทุกอย่างไว้ ทำให้มองเห็นสิ่งรอบตัวไม่ชัดเจน
ยิ่งไปกว่านั้น ดูเหมือนมีเรือลำหนึ่งเข้ามาเทียบกราบซ้ายเรือวิญญาณของเขาอย่างช้าๆ มันมีขนาดมหึมาน่าเกรงขาม แผ่รัศมีน่าพรั่นพรึงออกมา มันคือเรือโลหะสีดำสนิทนั่นเอง
ภาพของเรือปรากฏขึ้นเลือนรางในหมอก มันเข้ามาเทียบข้างทีละน้อยราวกับผีทะเล
ปู้ฟางหรี่ตาลงพลางจ้องเรือสีดำขนาดใหญ่ที่ลอยเข้ามาช้าๆ ในที่สุดเรือสีดำก็แล่นออกห่างจากเรือวิญญาณของปู้ฟางแล้วหายวับไปในหมอกหนา
ปู้ฟางสูดหายใจลึก มันคือเรือยมโลกที่เรือวิญญาณของเขาบรรยายไว้ใช่ไหมนะ
เรือซึ่งมาจากยมโลก… เรือซึ่งเป็นลางบอกความตาย ปู้ฟางรู้สึกคุ้นกับคำว่า ‘ยมโลก’ เล็กน้อย เขาขมวดคิ้วพลางใช้ความคิด แต่ก็นึกอะไรไม่ออกทั้งนั้น
ชายหนุ่มรู้สึกว่ามีบางอย่างทะแม่งๆ ขณะมองเรือโลหะที่ถูกหมอกกลืนเข้าไปทีละน้อย
ปู้ฟางเดินหน้า