กงอู๋เชวียเริ่มพร่าเลือน ไม่รู้ว่าจะโต้คลื่นที่น่าสะพรึงกลัวนี้ได้นานเท่าใด
เขารู้สึกเหมือนพลังปราณเที่ยงแท้หดหายจากร่างอย่างรวดเร็ว เสมือนว่าถูกน้ำทะเลดูดซับไปไม่หยุดหย่อน
“นี่…”
เกิดวิกฤติใหญ่ในใจของหนานกงอู๋เชวีย หากเขาไม่สามารถหาเกาะได้คงต้องตายในทะเลไร้ขอบเขตแห่งนี้ เขารู้ตัวว่าต้องจมลงทะเลแล้วกลายเป็นกองกระดูกแน่ๆ
ตนเองช่างอับโชคอะไรเช่นนี้!
เพิ่งเข้ามาในดินแดนเร้นลับแท้ๆ ยังไม่ทันได้ทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอันแต่กลับต้องมาตายเสียแล้ว
ทันใดนั้นดวงตาที่ขมุกขมัวของชายหนุ่มก็หมุนมาอีกทาง เขาเห็นภาพเลือนรางของเรือวิญญาณลอยมาช้าๆ มันแหวกคลื่นทะเลเป็นทางเล็กๆ ขณะพุ่งไปข้างหน้า
หนานกงอู๋เชวียที่หน้ามืดเต็มทนรู้สึกเหมือนคว้าฟางเส้นสุดท้ายไว้ได้ เขาก้มหัวลงแล้วพุ่งไปที่เรือวิญญาณสีดำทะมึน
เสียง “ตุ้บ” ดังขึ้นพร้อมร่างของเขาที่ตกลงบนเรือแล้วสลบไป
…..
ปู้ฟางใช้มือข้างหนึ่งถือชิ้นเนื้อปลาหัวเสือ พลางใช้มืออีกข้างผลักเรือวิญญาณสีน้ำตาลที่พบบนเกาะลงไปในทะเล
ปู้ฟางทำความสะอาดเนื้อปลาหัวเสือล้ำค่าบนฝั่งเรียบร้อย เก็บเนื้อปลาทุกชิ้นลงกระเป๋าก่อนกัดเนื้อปลาในมืออีกหนึ่งคำ จากนั้นก็เหาะขึ้นเรือวิญญาณ