นกงอู๋เชวียก้าวขาเข้า ดินแดนเร้นลับ พวกนั้นย่อมจู่โจมและเอาชีวิตเขาแน่นอน
ถึงอย่างไรพรสวรรค์ของหนานกงอู๋เชวียก็น่ากลัวกว่าหนานกงเสวียนเฮ่อมากนัก เมื่อเติบใหญ่ เขาย่อมเป็นฝันร้ายของตระกูลหลินกับตระกูลจาง
ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการกำจัดหนานกงอู๋เชวีย ย่อมเป็นตอนที่เขาเข้าไปในดินแดนเร้นลับทะเลเมฆา หากพลาดโอกาสนี้ไป พวกเขาก็ต้องพิจารณาอย่างถ้วนถี่ถ้าคิดจะลงมืออีกครั้ง
“ดี…” หนานกงอู๋เชวียรู้สึกว่าการพยายามโน้มน้าวปู้ฟางเป็นเรื่องที่เหนื่อยเปล่า
สหายปู้มีสายตากว้างไกลและเฉียบแหลมกว่าเขา
ตอนนั้นเองหนานกงอู๋เชวียก็เหมือนจะคิดบางอย่างได้ ดวงตาทั้งสองข้างของเขาเป็นประกาย เขามองปู้ฟางพลางเอ่ยขึ้น “สหายปู้ เจ้ายังมีบะหมี่เหลือจากครั้งก่อนไหม บะหมี่ของเจ้าช่วยเพ พิ่มพลังการต่อสู้ได้ มันวิเศษมากๆ… มีฤทธิ์เหนือกว่าโอสถวิญญาณหนึ่งแต้มที่ข้าปรุงด้วยซ้ำ แถมบะหมี่ของเจ้ายังไม่มีผลข้างเคียงที่เป็นพิษเป็นภัยอีกต่างหาก”
แม้ว่าบะหมี่นั่นจะเผ็ดจนน้ำหูน้ำตาเล็ด แต่พลังของหนานกงอู๋เชวียก็เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วหลังกินเข้าไปหนึ่งชาม นี่คือสิ่งที่ไม่อาจปฏิเสธหรือมองข้ามได้
สิ่งสำคัญที่สุดคือบะหมี่นี้ไม่มีผลข้างเคียงที่เป็นอันตราย