ง!
ปู้ฟางใช้กระบวนท่ามีดพราวแสงสักพักก่อนหยุดมือปุบปับ แต่ยังกำด้ามมีดแน่นอยู่
เจ้ากุ้งที่นอนบนโต๊ะยกลำตัวส่วนบนขึ้น มันกะพริบตาโปนๆ พลางโบกก้ามใส่เป็นการบอกว่า ‘ความน่ายำเกรง’ ของปู้ฟางนั้นยังไม่เท่าไร
“หืม?” ปู้ฟางหรี่ตามองเจ้ากุ้ง
“พลังอ่อนมากรึ เช่นนั้นลองอีกสักที… เจ้ากุ้ง เจ้าไม่ต้องกลัวไป ไม่ต้องทำเป็นใจดีสู้เสือก็ได้”
หวือ! หวือ! หวือ!
ปัง!
ปู้ฟางกำด้ามมีดอย่างแน่นหนา รู้สึกว่าตัวเองช่างหล่อเหลาและยอดเยี่ยมเหลือเกินหลังจากแกว่งไกวมีด กระบวนท่าที่เขาใช้ใกล้เคียงกับความสมบูรณ์แบบ ประหนึ่งว่าเขาได้หลอมรวมเข้ากับมีด ดแล้วกลายเป็นหนึ่งเดียวกับมันเรียบร้อย
ปู้ฟางโบกมีดจนเกิดลมแรงพัดไปทั่วครัว
กระนั้นเจ้ากุ้งก็ยังทำหน้านิ่งเหมือนเดิม มันโบกก้ามเป็นการบอกว่านี่มันน่ายำเกรงตรงไหนกัน
ปู้ฟางเก็บมีดทำครัว มองเจ้ากุ้งที่ไม่สนใจไยดีด้วยสีหน้าไร้ความรู้สึก เขาจับมันขึ้นมาวางบนไหล่ก่อนจะเริ่มทำเนื้อปั้น ถึงเวลาทำเนื้อปั้นกระปรี้กระเปร่าเสียที
ส่วนความน่ายำเกรงของมีดสิบสามมหากาฬ ไว้เขาค่อยๆ พยายามเรียนรู้ไปทีละก้าวจะดีกว่า
ครืน!
ความร้อนแผ่ออกจากกระทะกลุ่มดาวเต่าดำ น้ำจากทะเลสาบเทือกเขาปราณสวรรค์เดือดพล่าน ทำให