ป็นเรื่องส่วนตัวของตระกูล ไว้กลับไปถึงคฤหาสน์แล้วค่อยมาว่ากันอีกที อย่าลบหลู่ข้าต่อหน้าคนอื่นเช่นนี้”
สิทธิ์ถูกจัดสรรเรียบร้อยแล้วหรือ
ทุกคนหัวเราะเย้ยหยันหนานกงเสวียนเฮ่ออยู่ในใจ พวกเขานับถือความหน้าหนาของชายชราผู้นี้จริงๆ… หนังหน้าคงจะหนายิ่งกว่ากระเบื้องเสียกระมัง
สายตานิ่งเรียบไร้ความรู้สึกของปู้ฟางกวาดผ่านไปทั่วลานจัตุรัส
หนานกงอู๋เชวียชี้นิ้วใส่หนานกงเสวียนเฮ่อ มุมปากยกขึ้นก่อนจะกล่าวด้วยน้ำเสียงเดียดฉันท์ “เจ้าคิดว่าตัวเองเป็นใครกัน มีคุณสมบัติอะไรถึงกล้าจัดสรรสิทธิ์ตายตัวสองสิทธิ์นี้”
หนานกงเสวียนเฮ่อมีคุณสมบัติอะไร สุนัขแก่ที่หักหลังตระกูลหนานกงผู้นี้มีคุณสมบัติอะไร
เรื่องภายในตระกูลรึ ใครจะลดตัวไปคุยเรื่องภายในตระกูลกับเจ้ากัน
“สารเลว…” หนานกงเสวียนเฮ่อโกรธเสียจนเครากระเพื่อมไม่หยุด เขาเบิกดวงตากว้างพลางส่งสายตาเคืองแค้นไปยังหนานกงอู๋เชวีย
ชายชรายื่นนิ้วมือที่สั่นเทาใส่ชายหนุ่มผมแดง
“อย่าคิดชี้นิ้วใส่ข้าเชียว วันนี้ข้าไม่ได้มาเพื่อใช้เหตุผลกับเจ้า และไม่ได้มาเพื่อพูดคุยเรื่องภายในตระกูลกับเจ้าด้วย ข้ามาเพื่อเอาสิทธิ์สองสิทธิ์นั้น” หนานกงอู๋เชวียกล่าว
เขาเป็นผู้สืบทอดของตระกูลหนานกง คนท