่วงลงด้วยดี หากท่านไม่ให้สิทธิ์สองสิทธิ์กับข้า ตระกูลหนานกงต้องเผชิญกับความโกรธแค้นของเมืองโบราณอสุราแน่” หมีซามองหนานกงเสวียนเฮ่อก่อนจะหัวเราะออกมาเล็กน้อย
“ใครจะสนว่าเจ้าเป็นใครกัน สิทธิ์สองที่นั้นเป็นของข้า และข้าจะมอบให้ใครก็ได้ที่ข้าอยากให้ เจ้าพูดพล่ามอะไรไม่ทราบ” หนานกงอู๋เชวียเอ่ยกับหมีซา
หลังพูดจบเขาก็ดึงตัวปู้ฟางที่อยู่ข้างๆ ให้ออกมาด้านหน้า
“ข้าขอประกาศไว้ตรงนี้ว่าสิทธิ์สองสิทธิ์ของตระกูลหนานกง หนึ่งสิทธิ์เป็นของข้า ส่วนอีกสิทธิ์หนึ่งเป็นของชายผู้นี้”
ปู้ฟางปรายตามองทุกคนที่อยู่ในลานจัตุรัสด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ก่อนจะพยักหน้าน้อยๆ
“ถูกต้อง เป็นของข้า”
ทุกคนต่างอึ้งไปและเกือบจะกระอักเลือดออกมาเมื่อได้ยินคำพูดของปู้ฟาง
ถูกต้องบิดาเจ้าสิ เจ้าเป็นใครไม่ทราบเนี่ย
ฉากที่เกิดขึ้นต่อหน้าทุกคนภายหลังจากหนานกงอู๋เชวียปรากฏตัวช่างปุบปับและชวนงุนงงเสียจริง
เจ้าหนุ่มนี่โผล่มาจากมุมไหนของโลกมิทราบ แล้วเหตุไฉนจึงมาฉวยสิทธิ์หนึ่งสิทธิ์ไปง่ายๆ
“เจ้าพูดเรื่องชวนหัวอะไร” หมีซาที่อยู่ในชุดคลุมสีแดงมองหนานกงอู๋เชวียอย่างเย็นชา
หนานกงอู๋เชวียไม่ได้รู้สึกเกรงกลัวอีกฝ่ายแม้แต่น้อย เขาเบิกตากว้างขณะจ้อง