ๆ หมอนี่ก็มาบรรลุปราณขั้นเซียนเทพใส่หน้ากันทันตาเห็น
อีกเดี๋ยวจะทำลายโซ่ตรวนขั้นเซียนเทพได้หนึ่งชิ้นรึเปล่า
แล้วอีกเดี๋ยวจะบรรลุเป็นขั้นเทพศักดิ์สิทธิ์เลยไหม
เคราะห์ดีที่เหตุการณ์พรรค์นั้นไม่ได้เกิดขึ้นจริง ไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้นกับปู้ฟางอีกหลังจากเขาบรรลุปราณขั้นเซียนเทพ
แต่การบรรลุขั้นปราณของคนตรงหน้าก็เพียงพอที่จะทำให้หัวใจของหนานกงอู๋เชวียเต้นอย่างบ้าระห่ำ
“ตอนนี้…ขั้นปราณของข้าคงเพียงพอที่จะเข้าไปในดินแดนเร้นลับแล้วนะ”
ปู้ฟางค่อยๆ เปิดเปลือกตาช้าๆ แล้วจ้องมองหนานกงอู๋เชวีย รอยยิ้มน้อยๆ ปรากฏบนใบหน้าขณะเอ่ยถามอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบ
หนานกงอู๋เชวียไม่คาดคิดแม้แต่น้อยว่าปู้ฟางจะบรรลุระดับเก้าขั้นเซียนเทพกันซึ่งๆ หน้าเช่นนี้ เขาถุยกระดูกออกจากปาก พลางจ้องหน้าปู้ฟางราวกับเห็นตัวประหลาด ชายหนุ่มเดาะลิ้นไม่หยุดเพราะรู้สึกอัศจรรย์ใจสุดๆ กับสิ่งที่ปู้ฟางเพิ่งทำลงไป
หนานกงอู๋เชวียเริ่มสงสัยขึ้นมาว่าที่ผ่านมาปู้ฟางผนึกขั้นปราณของตนเองเอาไว้เพื่อที่จะปั่นหัวกันเล่นหรือเปล่า
แต่หลังจากใคร่ครวญดูแล้ว หนานกงอู๋เชวียก็ลงความเห็นว่าปู้ฟางไม่น่าจะเบื่อหน่ายถึงขั้นที่ต้องทำอะไรพรรค์นั้นเพื่อสร้างความเพลิดเพลิน