ใจให้ชีวิตตนเอง
“ระดับเก้าชั้นเซียนเทพรึ แค่ระดับเก้าขั้นเซียนเทพจะไปพอได้อย่างไร หากเจ้าต้องการเข้าไปในดินแดนเร้นลับ พลังปราณของเจ้าต้องอยู่ในจุดที่ใกล้จะทำลายโซ่ตรวนขั้นเซียนเทพได้หนึ่งชิ้น แค่เพิ่งบรรลุปราณขั้นเซียนเทพไม่พอที่จะเข้าไปในดินแดนเร้นลับหรอก หากเจ้าไปเจอผู้ฝึกตนขั้นเทพศักดิ์สิทธิ์ในนั้นเข้า มีหวังได้ตายหยังเขียด” หนานกงอู๋เชวียเอ่ยแนะนำอีกฝ่ายอย่างจริงใจ
“เจ้านี่ชอบพูดพล่ามไปเรื่อยให้เสียเวลา… เจ้าแค่พาข้าเข้าไปก็พอแล้ว พอเข้าไปแล้วข้าจะอยู่หรือตาย ก็ให้สวรรค์บัญชาแล้วกัน” ปู้ฟางขมวดคิ้วพลางพูดออกมา
“เราจะไม่พูดเรื่องนี้กันอีก... สหายปู้ ข้าไม่ได้อยากให้เจ้าเจ็บตัว ดังนั้นข้าจึง…”
หนานกงอู๋เชวียตั้งใจจะพูดเกลี้ยกล่อมปู้ฟางไม่ให้เข้าไปในดินแดนเร้นลับ ทว่าจู่ๆ เขาก็รู้สึกขนลุกซู่ไปทั่วร่าง
หนานกงอู๋เชวียหันมองปู้ฟางที่กำลังลูบหัวเจ้ากุ้งสีทองซึ่งนั่งอยู่บนไหล่ของเขา ทันใดนั้นเจ้ากุ้งก็ชูก้ามทั้งสองแล้วพุ่งเข้าใส่หนานกงอู๋เชวียทันที รัศมีเย็นเยียบที่แผ่ออกมาจากก้ามพุ่งเป้ามาที่ชายหนุ่มผมแดง
เจ้ากุ้งกลอกตาปูดโปนของมันขณะควงก้ามใส่หนานกงอู๋เชวีย ราวกับกำลังขู่ขวัญอีกฝ่ายอยู่
“อย