างๆ หนานกงอู๋เชวีย พลางทอดสายตาไปบนใบหน้าของอีกฝ่าย
สายตานั้น…
ร่างของหนานกงอู๋เชวียแข็งทื่อ เขารีบหันศีรษะมามองปู้ฟาง สูดลมหายใจเข้าปอดเฮือกใหญ่ ดวงตาระแวดระวังถึงขีดสุด
“เถ้าแก่ปู้… ทำไมเจ้ามองข้าเช่นนี้”
หนานกงอู๋เชวียกลืนปีกไก่ในปากพลางเอ่ยถามอีกฝ่าย
“ตระกูลหนานกงของเจ้าได้สิทธิ์ในการเข้าไปในอาณาจักรเร้นลับใช่หรือไม่”
ปู้ฟางเอ่ยถามด้วยใบหน้าจริงจัง
หนานกงอู๋เชวียผงะไปเมื่อได้ยินคำถามของปู้ฟาง เขาไม่ได้คาดคิดว่าอีกฝ่ายจะถามคำถามนี้ มันช่างห่างไกลจากสิ่งที่เขาจินตนาการไว้อย่างสิ้นเชิง
“ก็ได้จริงๆ นั่นละ… ตระกูลหนานกงเป็นหนึ่งในตระกูลใหญ่และมีหน้ามีตาในเมืองหมอกนภา เราเป็นผู้ควบคุมวงแหวนปราณเคลื่อนย้ายไปยังอาณาจักรเร้นลับ แน่นอนว่าเราย่อมได้สิทธิ์ในก การเข้าถึงอาณาจักรเร้นลับ แต่ก็ได้เพียงสองสิทธิ์เท่านั้น และมันก็เป็นของประมุขตระกูล เขาเป็นคนเดียวที่มีสิทธิ์จัดสรรสิทธิ์เหล่านั้น” หนานกงอู๋เชวียทอดถอนใจพลางเอ่ยตอบปู้ฟา าง
ความรู้สึกเศร้าเสียใจเอ่อล้นขึ้นมาในหัวใจของชายหนุ่มยามที่เขาพูดถึงตระกูลหนานกง
“ข้าต้องการเข้าไปในอาณาจักรเร้นลับ” ปู้ฟางเอ่ยอย่างจริงใจ
แค่ก!
หนานกงอู๋เชวียที่กำลังตกอยู่ใ