ป
“เดี๋ยวนะ… เขาเรียกข้าว่าอะไรนะ เรียกว่าสหายรึ”
ปากของหยางเหม่ยจี๋คว่ำลงทันที ความเบิกบานบนใบหน้าจางหายไปและถูกแทนที่ด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ความรู้สึก
เมื่อเห็นหนานกงอู๋เชวียเดินจากไป หยางเหม่ยจี๋ก็พลันคิดขึ้นได้ว่าตั้งใจมาทำอะไรที่นี่กันแน่ หัวใจของนางเริ่มเต้นผิดจังหวะอีกครั้ง
ขนาดองค์ชายอู๋เชวียยังมาที่นี่ด้วยตนเอง
ปู้ฟางไม่ย่ำแย่ไปแล้วรึ ร้านคงจะเจ๊งแล้วใช่ไหม
หยางเหม่ยจี๋รีบเร่งฝีเท้าแล้วมาถึงร้านอย่างรวดเร็ว
แน่นอนว่า… สิ่งแรกที่นางเห็นคือปู้ฟางนอนเอกเขนกอยู่บนเก้าอี้หน้าร้าน หน้าตาของเขาดูเกียจคร้านประหนึ่งว่าไม่คิดไยดีโลกใบนี้แล้ว
เหตุใดเขาถึงทำตัวเช่นนี้ ต่อให้กิจการของร้านไม่สู้ดี แต่เขาไม่ควรยอมแพ้เช่นนี้
เขาต้องการความหลงใหลในสิ่งที่ทำ สิ่งสำคัญที่สุดของการทำกิจการคือความหลงใหลในสิ่งที่ทำ
หยางเหม่ยจี๋เดินเข้าหาปู้ฟางอย่างเกรี้ยวกราด เมื่อนางมายืนอยู่ตรงหน้า ชายหนุ่มก็รู้สึกว่ามีบางอย่างมาบังแสงแดดและมีเงาปกคลุมใบหน้าของตัวเอง
ปู้ฟางลืมตาช้าๆ และเห็นร่างกำยำอยู่ตรงหน้า หยางเหม่ยจี๋นั่นเอง…
“อ้าว ไม่ได้เจอกันตั้งนาน” ปู้ฟางทักทาย
“เจ้าทำอะไรอยู่! ต่อให้ร้านหมอกเมฆาจะทำเลไม่ดี แต่เราก