คือง ปู้ฟางก็ชิงเปิดปากแล้วต่อว่าหนานกงอู๋เชวียด้วยสีหน้าไร้ซึ่งอารมณ์เสียก่อน
กระนั้นก็ดีหนานกงอู๋เชวียกลับเบิกตากว้างจ้องมองปู้ฟาง เจ้าหมายความว่าอย่างไรกัน หนานกงหวั่นถูกปฏิเสธหรือนี่
“น้องสาวของข้าไม่สวยหรืออย่างไร น้องสาวของข้าไม่น่ารักหรอกหรือ หากไม่ใช่ เหตุใดเจ้าจึงไม่อยากเป็นน้องเขยข้า”
หนานกงอู๋เชวียเกาศีรษะพลางมองหนานกงหวั่น “น้องพี่ เจ้าคงไม่ได้แต่งงานแล้ว”
“หนานกงอู๋เชวีย! อย่าทำตัวสมองกลวง เป็นบ้าไปแล้วหรืออย่างไร?!”
ถ้อยคำเรื่อยเปื่อยของหนานกงอู๋เชวียถูกปัดทิ้งด้วยคำพูดเกรี้ยวกราดของหลินอู๋อิ่ง
หนานกงอู๋เชวียยิ้มแล้วหันไปมองหลินอู๋อิ่ง ชายผู้นี้ไม่ค่อยทำตัวเคร่งขรึมนัก ทว่าตอนนี้เขากลับเอาจริง สายตาก็แหลมคมราวกระบี่ แค่สบตาก็เหมือนเอาคอพาดเขียงแล้ว
แม้หนานกงอู๋เชวียจะยกยิ้มไร้ยางอาย แต่สายตาที่จ้องมองหลินอู๋อิ่งกลับเปี่ยมด้วยความเย่อหยิ่ง
หนานกงอู๋เชวียขยับริมฝีปากช้าๆ ทั้งยังขยับตัวเล็กน้อย
“เจ้าลองเดาสิ”
ให้ตายเถอะ…
ให้เดาอะไร?!
หลินอู๋อิ่งแทบกระอักเลือด แม้ว่าดวงตาจะเย่อหยิ่งจองหอง แต่ปากกลับพูดออกมาว่าให้เขาลองเดา
เหตุใดเขาจึงต้องมาเป็นอริกับคนสมองกลวงเช่นนี้ด้วย?!
หนานกงหวั