ีมือของหลินอู๋อิ่ง
ภายในฝุ่นควันที่ฟุ้งตลบหลังการโจมตี เงาหนึ่งก็พุ่งเข้าหาหนานกงอู๋เชวียแล้วจู่โจมใส่อย่างรุนแรง
เปลวไฟสีขาวลุกโชนกลบร่างของหนานกงอู๋เชวียเพื่อปกป้องทันที
ความเร็วของการต่อสู้ที่เกิดขึ้นว่องไวมากจนผู้ชมมองการเคลื่อนไหวของคนทั้งคู่ด้วยตาเปล่าไม่ทัน
“วิชาอำพราง? เจ้าคิดว่าจะสู้ข้าได้เพราะชำนาญวิชาอำพรางรึ”
หนานกงอู๋เชวียแผดเสียงแล้วปรากฏตัวอีกครั้งด้านหลังหลินอู๋อิ่ง เปลวไฟที่ครอบฝ่ามืออยู่เล่นงานศีรษะของอีกฝ่าย หลินอู๋อิ่งตกอยู่ในสถานการณ์ยากลำบาก เขากลับตัวอย่างรวดเร็วแต่เห็นเพียงเงาเลือนรางของอีกฝ่ายเท่านั้น นั่นเพราะหนานกงอู๋เชวียเปลี่ยนตำแหน่งเรียบร้อย แล้วไปโผล่ข้างหลังเขาอีกครั้ง
“เหตุใดเจ้าจึงกล้าลงมือกับน้องเขยข้า”
ผั่วะ!
เสียงตบหลังศีรษะของหลินอู๋อิ่งดังลั่น ทำให้ชายหนุ่มโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ
ผั่วะ… ผั่วะ…
เสียงตบดังขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่าอย่างต่อเนื่อง หนานกงอู๋เชวียเสพติดมันเสียแล้ว ทันใดนั้นมือของเขาก็ถูกคว้าไว้ ดวงตาของหลินอู๋อิ่งเปลี่ยนเป็นแดงก่ำ แววตามีแต่ความเกลียดชัง
“เจ้าชอบตบนักใช่ไหม” หลินอู๋อิ่งพึมพำด้วยความโกรธ
เงาดำปรากฏขึ้นบนผิวของหลินอู๋อิ่งแล้วยับยั้งแขนของหนานกงอ