้าชิมเอง”
หนานกงหวั่นโกรธสุดขีด นี่คือพระกระโดดกำแพงที่นางยอมจ่ายไปถึงหนึ่งหมื่นผลึก เหตุใดคนผู้นี้จึงหน้าด้านถึงเพียงนี้
นี่ไม่ใช่ปีกของไก่ธรรมดาทั่วไป แต่มาจากวัตถุดิบที่หนานกงอู๋เชวียคิดไว้อยู่แล้ว มันคือปีกของเหยี่ยวปราณวายุอสนีซึ่งเคี่ยวกำลังพอดี เนื้อของมันนุ่มละมุน มีความมันวาวสีส้ม มอมเหลืองที่ทำให้ทุกคนน้ำลายสอ
หนานกงอู๋เชวียยัดมันเข้าปากทันทีโดยไม่ลังเลแต่อย่างใด
ทว่าขณะปีกกำลังจะเข้าไปในปากกลับมีฝ่ามือเรียวขาวมาปิดปากเขาไว้
หนานกงอู๋เชวียสะดุ้งโหยง หนานกงหวั่นเองก็เช่นกัน นางหันมองปู้ฟางที่เพิ่งยกมือปิดปากหนานกงอู๋เชวีย
“โทษที ร้านข้ามีกฎว่าอาหารบางจานห้ามแบ่งปันกับคนอื่น หากเจ้าอยากกินต้องสั่งเอง” ปู้ฟางมองหนานกงอู๋เชวียก่อนจะพูดด้วยสีหน้าไร้ความรู้สึก
หนานกงอู๋เชวียมองปู้ฟางด้วยสีหน้าแปลกประหลาด
เจ้านี่กล้าปิดปากเขาได้อย่างไร ไม่รู้หรือว่าเขาเป็นใคร
“นางคือ… น้องสาวของข้า แล้วเหตุใดข้าจะกินของนางไม่ได้” หนานกงอู๋เชวียยกปีกชี้ไปทางหนานกงหวั่นพลางเอ่ยถาม
หนานกงหวั่นตาเบิกกว้างรีบคว้าปีกกลับมาอย่างรวดเร็ว
“หนาน