นนี้แข็งราวหินก็ไม่ปาน
เกียรติยศของความเป็นร้านอาหารไปอยู่เสียที่ไหนหมดแล้ว
การกล้าขายอาหารเช่นนี้นำมาซึ่งความเสื่อมเสียต่อร้านอาหารเป็นอย่างยิ่ง ปู้ฟางโมโหมากจึงพูดทุกอย่างออกไปโดยไม่ยั้งปาก
หยางเหม่ยจี๋และเด็กหนุ่มจ้องมองปู้ฟางด้วยสีหน้าประหลาด ราวกับพวกเขาไม่ได้คาดคิดว่าปู้ฟางจะโกรธเป็นฟืนเป็นไฟหลังจากที่กินข้าวผัดไข่ไปคำเดียว
เมื่อหยางเหม่ยจี๋รู้ถึงความไม่พอใจที่ปู้ฟางมีต่ออาหารของนาง ใบหน้าเปี่ยมกล้ามเนื้อก็แดงขึ้นมา ประกายแห่งความละอายปรากฏขึ้นในแววตา
“ข้า…”
ปัง!
ก่อนที่หยางเหม่ยจี๋จะทันได้โต้ตอบ หนานกงหมิงผู้ที่กำลังจะสำรอกก็เช็ดข้าวผัดไข่ออกจากหน้าก่อนจะฟาดฝ่ามือลงบนโต๊ะ
โต๊ะตัวนี้ไม่เหมือนโต๊ะในร้านเล็กๆ ของฟางฟาง ถึงแม้ว่าระดับปราณของหนานกงหมิงจะยังไม่ถึงขั้นเซียนเทพ แต่ก็อยู่ระดับแปดขั้นเทพแห่งสงคราม แรงของฝ่ามือทำเอาโต๊ะแหลกเป็นเสี่ยงเลยทีเดียว
ข้าวผัดไข่ตกพื้นก่อนจะกระจายเกลื่อนไปทั่ว
“เจ้าน่ะ กล้าพ่นอาหารใส่หน้าข้า เหนื่อยจะหายใจแล้วหรืออย่างไร”
ดวงตาของหนานกงหมิงเย็นเยียบขณะลุกยืนพลางจ้องมองปู้ฟาง
ในฐานะนักเล่นแร่แปรธาตุที่รักความสะอาดเป็นชีวิตจิตใจ หนานกงหมิงรู้สึกสะอิดสะเอียดห