้อนยักษ์ที่กดทับหัวใจจีเฉิงเสวี่ยและคนอื่นๆ บีบบังคับให้พวกเขาต้องถอยร่นหน้าถอดสี
เหล่าผู้ที่อ่อนแอกระอักเลือดออกมาแล้วหมดสติลงทันที
เหลียงไคลงมายืนข้างๆ จีเฉิงเสวี่ยพลางตบบ่าชายหนุ่มเบาๆ
“บอกหน่อย เจ้าไปได้… ก๋วยเตี๋ยวนี่มาจากไหน” เหลียงไคพูดด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล
จีเฉิงเสวี่ยรู้สึกได้ถึงความเจ็บปวดที่แผ่ซ่านไปทั้งดวงตาตอนที่โลกรอบตัวเริ่มหมุน จิตของเขาเปลี่ยนเป็นเลอะเลือน ราวกับว่าทั้งจิตใจและร่างกายตกอยู่ในสภาวะระส่ำระสาย ศีรษะหนักอ อึ้งและมึนงง เมื่อตั้งสติได้ ใบหน้าที่กำลังยกยิ้มจอมปลอมก็ปรากฏชัดอยู่ตรงหน้า อาการตระหนกทำให้ชายหนุ่มฟื้นคืนสติเต็มที่
“เจ้าทำอะไรข้า” หัวใจของจีเฉิงเสวี่ยเหมือนถูกบีบรัด
รอยยิ้มค่อยๆ จางหายไปจากใบหน้าของเหลียงไค เขาเหลือบมองจีเฉิงเสวี่ยแวบหนึ่งก่อนจะหัวเราะคิกคักออกมา
เหลียงไคสะบัดแขนเสื้อฟาดจีเฉิงเสวี่ยกระเด็นทันที
ร่างของจีเฉิงเสวี่ยกระแทกกำแพงเมืองอย่างรุนแรงก่อนจะกระอักเลือดออกมา
“ฮึ… เป็นแค่จักรพรรดิของสนามฝึกซ้อม บังอาจปิดบังข้อมูลจากนายน้อยอย่างข้าหรือ” เหลียงไคหัวเราะ
สายตาของเขาเปลี่ยนไปจับจ้องด้านล่างของกำแพ