กำลังนอนเหมือนซากสุนัขอยู่บนยานรบ และทำได้เพียงมองข้าอย่างเจียมตัว เจ้ามันก็แค่คนขี้แพ้ในสนามฝึกซ้อม ไปกิ นดีหมีหัวใจเสือมาจากไหนจึงกล้าพูดกับข้าเช่นนี้” เหลียงไคหัวเราะอย่างเดือดดาล
ชายหนุ่มเริ่มปล่อยพลังกดดันของชั้นกายาศักดิ์สิทธิ์ออกมา พลังกดดันนั้นรุนแรงถึงขั้นเปลี่ยนสีของสายลมและหมู่เมฆได้เลยทีเดียว
เกิดลมกระโชกแรงภายในพริบตา
เศษหินกระเด้งกระดอนขึ้นมาจากพื้นประหนึ่งว่าถูกดึงไปบนอากาศด้วยพลังที่มองไม่เห็น หินทั้งหลายแตกกระจายภายใต้พลังอันน่าหวาดกลัวจนเหลือเพียงฝุ่นผงแล้วถูกลมพัดลอยไป นี่คือพลั งกดดันของปราณระดับสิบขั้นเทพศักดิ์สิทธิ์ แม้แต่ยอดฝีมือขั้นเซียนเทพยังต้องศิโรราบราวคนไร้ฝีมือให้กับพลังกดดันนี้
เหลียงไคอยากเห็นว่าคนท้องถิ่นขั้นเทพแห่งสงครามที่ไร้ค่าผู้นี้ ยังกล้ามองเขาอย่างโอหังอยู่อีกหรือไม่
เหลียงไคเชื่อว่าคนท้องถิ่นในสนามฝึกซ้อมที่มีปราณเพียงระดับแปดต้องฟุบลงกับพื้นภายใต้พลังกดดันของเขา ไม่อาจขยับตัวได้ สีหน้าของคนผู้นี้จะต้องแสดงอาการหวาดก