นอกครัว กระนั้นเขาก็ไม่คิดสนใจสิ่งอื่นใด เอาแต่เพ่งสมาธิกับซึ้งไม้ไผ่ตรงหน้า
ดูเหมือนมีกลุ่มควันหลากสีสันลอยออกมาจากซึ้งไม้ไผ่ พลังปราณเข้มข้นและกลิ่นหอมหวานลอยฟุ้งเต็มห้อง ใครก็ตามที่ได้กลิ่นล้วนต้องน้ำลายสอกันทั้งสิ้น
ปู้ฟางเม้มริมฝีปาก ทำท่าอยากจะชิมเต็มแก่
นัยน์ตาของจีเฉิงเสวี่ยและคนอื่นๆ ที่อยู่บนกำแพงเมืองหดแคบ
พวกเขาเห็นคนเหาะออกมาจากยานรบแล้วค้างตัวอยู่กลางอากาศ รัศมีพลังน่าเกรงขามแผ่ออกมา เห็นได้ชัดว่าคนผู้นี้คือยอดฝีมือขั้นเซียนเทพอย่างไม่ต้องสงสัย
ชายคนนี้คือศิษย์ขั้นเซียนเทพเพียงหนึ่งเดียวของสำนักมหาพิภพที่รอดชีวิต แม้จะบาดเจ็บสาหัสจากการต่อสู้กับสำนักเมฆาขาว แต่ก็ไม่พรั่นพรึงสักนิดยามที่ต้องเผชิญหน้ากับเหล่ายอดฝีมือจากนครหลวง นั่นเพราะคนพวกนี้เป็นเพียงมดปลวกในสายตาของเขาเท่านั้น
ไม่มียอดมือขั้นเซียนเทพในหมู่คนเหล่านี้แม้แต่คนเดียว ไฉนเลยเขาจึงต้องเกรงกลัวด้วย
เหลียงไคยังยืนอยู่ด้านหน้าของยานรบ ไม่มีความจำเป็นที่เขาต้องลงมือเอง โดยเฉพาะเมื่อฝ่ายตรงข้ามเป็นเพียงคนท้องถิ่นในสนามฝึกซ้อม
ศิษย์เพียงคนเดียวของสำนักมหาพิภพก็สามารถจัดการได้
เขาจะแค่สังเกตการณ์และเพลิดเพลินกับการต่อสู้จาก