ผู้ฝึกตนผู้นั้นโบกหางสีแดงเลือดของตน ส่งกระแสลมร้อนระอุให้พัดกระจายไปทั่วบริเวณ ลมร้อนนั้นรุนแรงพอที่จะทำใ ให้รูขุมขนของทุกคนเปิดออกอย่างควบคุมไม่ได้
ผู้ฝึกตนขั้นเซียนเทพผู้นั้นยืนอยู่บนท้องฟ้าอย่างภาคภูมิ พลางมองลงมาที่ปู้ฟางด้วยสายตาหมายเอาชีวิต
ปู้ฟางสังหารผู้อาวุโสเผ่ามนุษย์อสรพิษไปต่อหน้าต่อตาเขา ทั้งยังเป็นผู้อาวุโสตนเดียวกับที่เรียกเขามาที่นี่ด้วย
ไอ้มนุษย์คนนี้มันบังอาจดูถูกผู้ฝึกตนขั้นเซียนเทพอย่างเขา ต้องเป็นคนที่ยโสโอหังและใจกล้าบ้าบิ่นมากเป็นแน น่ ตัวเองเป็นเพียงขั้นนักพรตยุทธการมดปลวก แต่กลับกล้ายั่วโมโหผู้ฝึกตนขั้นเซียนเทพที่แข็งแกร่งกว่า
กระทะกลุ่มดาวเต่าดำพุ่งกลับมาหาปู้ฟางแล้วลอยค้างอยู่บนฝ่ามือของชายหนุ่ม จากนั้นเขาก็เงยหน้าขึ้นมองผู้ฝึกต ตนขั้นเซียนเทพบนท้องฟ้า
ดวงตาของปู้ฟางไร้ซึ่งอารมณ์ใดๆ มันสงบนิ่งไม่มีแม้ความเคลื่อนไหวราวกับเป็นน้ำในบ่อ
มนุษย์อสรพิษขั้นเซียนเทพขมวดคิ้วแล้วพูดเสียงเย็น “เจ้ามนุษย์เย่อหยิ่งปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม เจ้าคือคนที่จะพาแม่น นางเหนือหัวอวี่ฝูไปเช่นนั้นหรือ”
“หากอวี่ฝูอยากไปที่นครมหาอสรพิษเพื่อขึ้นเป็นประมุขด้วยความเต็มใจ ข้าจะไม่เข้าไปยุ่มย่าม แต่