เขาก็ได้ยินเสียงแหบแห้งดังขึ้น จากนั้นคนสองคนก็กระโดดออกจากศีรษะของคางคกยักษ์มาลอยอยู่ตรงหน้า
จีเฉิงเสวี่ยชะงักทันทีที่เห็นว่าชะตากรรมของตนเปลี่ยนไป เขาค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมองคนเหล่านั้น แล้วก็เห็นว่าพวกเขาเป็นชายที่มีพลังปราณแข็งแกร่งและร่างกายกำยำ
“ข้าคือจักรพรรดิแห่งจักรวรรดิวายุแผ่วนามว่าจีเฉิงเสวี่ย ข้าไม่รู้ว่าจักรวรรดิของเราไปหมางใจกับพวกท่านตอนไหน พวกท่านถึงต้องนำอสูรเวทที่น่ากลัวเช่นนี้มายึดเมืองของข้า” จีเฉิงเสวี่ยพูดด้วยน้ำเสียงที่ไม่ได้แสดงความอ่อนโอนหรือหยิ่งทะนง
“ยึดเมืองเจ้ารึ กับอีแค่นครหลวงน่ะพวกข้าไม่จำเป็นต้องมาทำลายด้วยตนเองเสียหน่อย พวกข้าแค่อยากรู้ว่า…ปู้ฟางอยู่ในเมืองหรือไม่ก็เท่านั้น”
แววรังเกียจดูแคลนวาบเข้ามาในดวงตาของผู้ฝึกตนจากวิหารเทพเจ้าลงทัณฑ์ ดูก็รู้ว่าคนผู้นี้ไม่ได้สนใจจักรวรรดิที่แสนธรรมดาแห่งนี้แม้แต่น้อย
เมื่อได้ยินคำถาม จีเฉิงเสวี่ยก็ชะงักไปทันที คนพวกนี้มาตามหาเถ้าแก่ปู้เช่นนั้นหรือ
“ข้ารู้ว่าปู้ฟางอยู่ในนครหลวง รีบส่งตัวเขามาเร็ว บอกให้ไอ้หมอนั่นยอมสละหมื่นไฟประลัยกัลป์เสียแต่โดยดี… แล้วพวกข้าจะปล่อยที่แห่งนี้ไป หาไม่แล้วพวกข้าจะสั่งให้อสูรเวทคางค