ะหว่างกระทะกับใบหน้าของเขาที่ลดลง
ตึง! แล้วเขาก็ถูกกระทะตีจบสลบอีกครั้ง
แต่ด้วยความแข็งแกร่ง ชายหนุ่มจึงใช้เวลาไม่นานในการคืนสติกลับมา ปู้ฟางขมวดคิ้วแล้วฟาดอีกฝ่ายสลบไปอีกครั้งหนึ่ง
เมื่อต้วนอวิ๋นตื่นขึ้นมาอีกเป็นครั้งที่สาม เขาก็ไม่ได้พยายามดิ้นไปมาแล้ว แต่กลับนอนนิ่งอย่างหมดกำลังใจ ปล่อยให้ปู้ฟางลากตนเองไปเรื่อยๆ ด้วยความท้อแท้
เมื่อปู้ฟางเห็นว่าต้วนอวิ๋นเลิกบ่นแล้ว เขาก็ไม่ได้ฟาดอีกฝ่ายให้สลบด้วยกระทะอีก ไม่นานนักทั้งสองก็ออกจากหุบเขานั้นมา ปู้ฟางหาที่เหมาะๆ แล้ววางต้วนอวิ๋นลง
แสงแห่งรุ่งอรุณส่องสว่างขึ้นเรื่อยๆ ไม่นานนักแดดยามเช้าก็ส่องลงมาถึงตัวพวกเขา ทำให้ใบไม้แห้งบนพื้นดูชัดเจนสะดุดตากว่าเดิมจนเหมือนแต่งแต้มไปด้วยสีทองอร่าม
เมื่อต้วนอวิ๋นเห็นว่ากระทะสีดำหายไปแล้ว เขาก็พยายามกระเสือกกระสนลุกขึ้นจากพื้น พลางเอามือลูบหัวที่ปูดโน แล้วหันศีรษะไปมองคนที่จับตัวเขาเอาไว้เต็มสองตา
ยิ่งจ้องมากเท่าไหร่ก็ยิ่งขุ่นเคืองมากเท่านั้น
นอกจากนี้เขายังพบว่ามันฝรั่งหัวสิงโตทมิฬที่เขาขโมยมาจากศิษย์แห่งสำนักเจดีย์นภากระจ่าง ก็ถูกไอ้คนชั่วถือกระทะนี้ยึดไปเช่นกัน
ไอ้คนชั่วถือกระทะกำลังพิจารณ