าซึ่งมีผู้ฝึกตนมากฝีมืออยู่ไม่น้อย เหล่าคนในท้องพระโรงต่างก็ไม่มั่นใจว่าตนเองจะสามารถเอาชนะผู้ฝึกตนจากลัทธิอสุราได้ พวกเขาตั้งใจว่าจะรอให้ผู้ฝึกตนขั้นเซียนเทพจากสำนักของตนเองมาถึงก่อนจึงจะเริ่มเปิดฉากต่อสู้ เมื่อขั้นเซียนเทพมาถึง พวกเขาก็น่าจะมีกำลังพอต่อกรกับกองทัพนอกกำแพงเมือง ทุกคนไม่ได้คาดคิดว่าจะถูกโจมตีก่อนที่กำลังเสริมจะมาถึง
สถานการณ์ตกอยู่ในความวุ่นวายทันที
จีเฉิงเสวี่ยออกจากท้องพระโรงไปในชุดนักรบออกศึกโดยมีกองทัพนำหน้า จักรพรรดิหนุ่มกำลังเดินตรงไปยังประตูเมือง
แต่ทันทีที่ออกจากวังหลวง เขาก็พบเซียวเหมิงที่มีใบหน้าซีดเซียวกำลังเดินตรงมายังกองทัพ
เมื่อจีเฉิงเสวี่ยเห็นเซียวเหมิงที่ทั้งอ่อนแอและเปราะบาง เขาก็ถอนหายใจออกมาเบาๆ จากนั้นชายหนุ่มก็เดินตรงไปยังกำแพงเมือง แล้วก็ปีนกำแพงขึ้นไปเพื่อสังเกตการณ์กองทัพของราชาอวี่
ท่าทางฮึกเหิมน่าเกรงขามของทหารที่ล้อมเมืองเอาไว้ทำให้จีเฉิงเสวี่ยรู้สึกกดดันไม่น้อย ทหารจำนวนมากจนน่ากลัวล้อมกำแพงเมืองเอาไว้ และกำลังโบกหอกของตนพร้อมคำรามอย่างมีขวัญกำลังใจ ใครที่ได้เห็นภาพนี้ต่างก็ต้องรู้สึกกลัวขึ้นมาด้วยกันทั้งนั้น
จีเฉิงเสวี่ยในชุดเกราะสีทองยืนอยู่บนกำแพ