งเมือง เขามองไปที่กองทัพขนาดใหญ่เบื้องล่างด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
บรรดาทหารเบื้องล่างดูเหมือนจะเงียบเสียงลงเมื่อได้เห็นจีเฉิงเสวี่ย
ราชาอวี่บนหลังอาชาเดินออกมาจากกลางกองทัพด้วยท่วงท่าสง่างามไม่เร่งรีบ เขาเงยหน้าขึ้นมองจีเฉิงเสวี่ยที่อยู่บนกำแพงเมือง
“น้องชายข้า อย่าถือโทษกันเลยนะ ข้าอยากให้เวลาเจ้าพักหายใจอยู่เหมือนกัน แต่กลับมีสถานการณ์บางอย่างเกิดขึ้นเสียก่อน” ราชาอวี่พูดด้วยรอยยิ้มน้อยๆ
ทันทีที่ได้ยินคำพูดนั้น สีหน้าของจีเฉิงเสวี่ยก็เปลี่ยนเป็นเย็นชา หากไม่ได้เกรงกลัวเหล่าผู้มากฝีมือที่หนุนหลังจีเฉิงอวี่อยู่ เขาคงสั่งให้กองทัพของตนพุ่งเข้าไปโจมตีแล้ว แต่เนื่องจากท่ามกลางคนเหล่านั้นมีขั้นเซียนเทพอยู่ด้วย จีเฉิงเสวี่ยจึงต้องยอมทนอับอายขายขี้หน้าอยู่เช่นนี้
ก๊อบ ก๊อบ!
จีเฉิงเสวี่ยไม่ได้เอ่ยตอบแต่อย่างใด ในตอนนั้นเจ้ามู่เฉิงบนหลังม้าก็ปรากฏตัวขึ้นหลังจีเฉิงอวี่ ใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มบางขณะมองไปที่จีเฉิงเสวี่ย เขาส่ายหน้าพลางเดาะลิ้นอยู่สักพัก ก่อนที่แสงเย็นเยียบจะวาบผ่านดวงตา
“เจ้ารู้หรือไม่ว่าเหตุใดเราจึงล้อมเมืองของเจ้าไว้ก่อนเวลาที่ตกลงกัน นั่นก็เพราะคนคนหนึ่งที่อยู่ในเมืองของเจ้าอย่างไรเล่า รีบส่งตัวเขาอ