ควรให้เถ้าแก่ปู้มอบสิ่งนั้นคืนพวกเขานะพะย่ะค่ะ พลังของสองคนนี้น่ากลัวโดยแท้…”
บนกำแพงเมือง ขุนนางคนหนึ่งทนแรงกดดันจากองครักษ์โลหิตไม่ไหวอีกต่อไป เขาขาสั่นไปหมดจนควบคุมไม่ได้จนต้องเอ่ยปากแนะนำจีเฉิงเสวี่ย
พอมีคนเปิดปากพูดคนแรก ทุกคนก็ตามน้ำทันที บรรดาขุนนางพากันขอร้องจีเฉิงเสวี่ยให้ปู้ฟางส่งของคืนไป
หากพวกเขาจะสามารถทำให้สงครามเกิดขึ้นช้าลงได้ด้วยการคืนของ ก็ไม่เห็นมีสิ่งใดให้ต้องตัดสินใจต่อ คำตอบคือจะคืนให้อย่างแน่นอน
แม้ร้านของปู้ฟางจะมีอสูรเวทขั้นเซียนเทพเฝ้าอยู่ แต่พวกเขาก็แค่ต้องไปขอร้องให้ปู้ฟางส่งของคืนเท่านั้น ไม่ได้เป็นการล่วงเกินร้านเสียหน่อยนี่ ถูกไหมเล่า
“เงียบ! หากตอบรับคำขอนี้ แล้วเราจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน การส่งเถ้าแก่ปู้ให้คนพวกนี้ก็ไม่ต่างอะไรกับการเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของจักรวรรดิวายุแผ่ว”
จีเฉิงเสวี่ยโบกแขนในชุดเกราะสีทองไปมา เขาตะโกนใส่ทุกคนที่อยู่รอบกายด้วยความเกรี้ยวโกรธ รู้สึกผิดหวังในตัวขุนนางไม่น้อย
แม้เขาจะไม่ได้บอกใครว่าตนเองติดหนี้บุญคุณปู้ฟางอยู่ ลำพังตัวตนแสนลึกลับของชายหนุ่มก็เป็นสิ่งที่คนจะไปยั่วยุไม่ได้แล้ว จีเฉิงเสวี่ยไม่ใช่คนบ้าใบ้ไร้สมอง ไม่มีทางที่เขาจะ