ัตถุดิบดีๆ ใช้บังเอิญได้มาเจอคลื่นอสูรเวทที่เกิดขึ้นทุกสามปีพอดี นี่มันไม่ต่างอะไรจาก… หยาดฝนอันชุ่มฉ่ำที่ตกลงมาในหน้าแล้งเลยมิใช่หรือ
“ท่านพ่อ ได้โปรดอย่างกังวลไป ถึงแม้ว่าฝูงอสูรเวทเหล่านี้อาจดูน่าวิตกอยู่บ้าง แต่ก็ไม่ใช่เรื่องใหม่แต่อย่างใด เราเคยจัดการพวกมันมาก่อน เราควรนิ่งเฉยและไม่ไปยั่วยุพวกมัน เมื่อผ่านวันนี้ไปคลื่นอสูรเวทก็จะบรรเทาไปเอง” ถึงแม้ว่าก่งเซวียนจะมีสีหน้ากังวล แต่เขาก็สามารถจัดการกับอารมณ์ตนเองแล้วหันมาปลอบโยนก่งเหยาได้
เจ้าเมืองก่งเหยาพยักหน้ารับ การปะทะของคลื่นอสูรเวทรบกวนจิตใจของเขาทุกครั้งไป
อย่างไรก็ตามสิ่งเดียวที่พวกเขาทำได้ในขณะนี้คืออยู่ในเมือง แล้วรอให้คลื่นอสูรเวทบรรเทาไปเองตามที่ก่งเซวียนเสนอมา ฝูงอสูรเวทเหล่านี้จะเริ่มล่าถอยกลับไปหลังจากพยายามบุกครบหนึ่งวัน
โฮก!!
เสียงคำรามของอสูรเวทระดับเจ็ดสะท้อนก้องไปทั่วเมืองทำให้หูแทบดับ
บรรดาผู้คนที่ยืนอยู่บนกำแพงรู้สึกราวกับว่ากำแพงแทบถล่มลงมาเพราะเสียงคำรามเหล่านั้น
“เจ้าอยากชิมอาหารจานเด็ดอีกสักหน่อยไหมเล่า”
หลังเสียงคำรามเงียบลง จู่ๆ ปู้ฟางก็หันไปหาหนี่หยันที่ยืนอยู่ข้างๆ ชายหนุ่มยกริมฝีปากขึ้นก่อนจะถามคำถา