งเม้มปากพูดอะไรไม่ออก หมอนั่นมามองตาขวางใส่ข้าทำไมกัน
กองทหารลำดับสามของกองทัพแห่งเมืองประจิมเร้นลับเสียหายใช่น้อยในครานี้ ทำเอาก่งเหยามีสีหน้าไม่สู้ดีนัก
จูเยวี่ยเล่าถึงโชคร้ายต่างๆ นานาที่พวกเขาต้องเผชิญระหว่างทาง ทำให้ใบหน้าของเจ้าเมืองหม่นหมองหนักยิ่งกว่าเก่า
การเสียเมืองโม่หลัวไปไม่ใช่ข่าวดีแม้แต่น้อย สิ่งนี้แปลว่าภัยวิบัติกำลังจะมาเยือนเมืองประจิมเร้นลับในไม่ช้าแล้ว
ซ้ำร้ายจำนวนอสูรเวทที่เดินป้วนเปี้ยนอยู่รอบๆ เมืองประจิมเร้นลับก็เพิ่มมากขึ้นทุกที เหตุการณ์คลื่นอสูรเวทที่เกิดขึ้นราวสามปีครั้งกำลังจะมาเยือนเมืองประจิมเร้นลับอีกครา นับเป็นอุปสรรคยิ่งใหญ่อีกอย่างที่เมืองต้องเผชิญ
กองกำลังของศัตรูผนวกกับการรุกรานของอสูรเวท เมืองประจิมเร้นลับในขณะนี้จะเรียกว่าหนีเสียปะจระเข้ก็คงไม่ผิดนัก
สิ่งที่เรียกว่า ‘คลื่นอสูรเวท’ นั้นเกิดขึ้นทุกๆ สามปี เมื่อเวลานั้นมาถึงฝูงอสูรเวทจากดินแดนแสนภูผาจะเข้าจู่โจมผู้คนอย่างดุร้าย ทุกครั้งที่เหตุการณ์นี้เกิดขึ้น ทั้งเมืองเล็กๆ และหมู่บ้านเล็กๆ ใกล้เมืองประจิมเร้นลับจะถูกอสูรเวทถล่มจนราบเป็นหน้ากลอง
กลายเป็นธรรมเนียมไปแล้วที่เมืองประจิมเร้นลับต้องเปิดประตูต้อนรับประชา