เมืองโม่หลัวได้ พวกเขาย่อมเสียดินแดนไปไม่น้อยแน่ และชีวิตก็จะไม่สุขสบายอีกต่อไป ดังนั้น… หากพวกเขาคิดช่วยเมืองโม่หลัว ก็น่าจะประวิงเวลาไปได้อีกสักพักหนึ่ง”
จูเยวี่ยวิเคราะห์สถานการณ์ให้อีกฝ่ายฟัง ทว่าเขาก็ทำได้เพียงเดากว้างๆ เท่านั้น ชายหนุ่มไม่อาจคาดเดาได้ว่ากลุ่มสิบสามกองโจรของเมืองโม่จั่วจะยื่นมือเข้ามาช่วยเมืองโม่หลัวจริงหรือไม่
“กลุ่มสิบสามกองโจรแห่งเมืองโม่จั่วรึ” ถังอิ่นมีสีหน้าแปลกแปร่งเล็กน้อย
ชายหนุ่มได้เจอกลุ่มสิบสามกองโจรแห่งเมืองโม่จั่วครั้งแรกที่ร้านของเถ้าแก่ปู้ ตอนนั้นขั้นปราณของคนเหล่านั้นอยู่เพียงระดับหกขั้นจักรพรรดิยุทธการเท่านั้น แต่เขาก็ได้ข่าวมาว่าหลังออกจากร้านเถ้าแก่ปู้ไป เหล่าโจรหลายคนก็บรรลุขั้นปราณ ทำให้ตอนนี้กลุ่มสิบสามกองโจรแห่งเมืองโม่จั่วจัดว่าเป็นกลุ่มอำนาจที่แข็งแกร่งที่สุดกลุ่มหนึ่งของจักรวรรดิวายุแผ่ว
“ศิษย์พี่ ข้าส่งทหารไปขอกำลังเพิ่มจากเมืองประจิมเร้นลับแล้ว เมื่อกองทหารลำดับหนึ่งของกองทหารแห่งเมืองประจิมเร้นลับเดินทางมาถึง ศัตรูพวกนั้นก็ไม่นับว่าคณนามือเราแต่อย่างใด!”
ถังอิ่นพยักหน้ารับไปอย่างนั้น เขาดูราวไม่ได้ใส่ใจสิ่งที่จูเยวี่ยพูดแม้แต่น้อย
ทันใดนั้นกลิ่นหอมหวานก็ลอยมาเข้าจมูกของถังอิ่น สีหน้าของเขาเปลี่ยนไปทันที
จมูกของชายหนุ่มกระตุกเล็กน้อย จากนั้นเขาก็ร้องออกมาด้วยความประหลาดใจ “กลิ่นอะไรหอมชะมัด!”
จูเยวี่ยเองก็ประหลาดใจกับกลิ่นหอมของอาห