ื่องปกติอย่างแน่นอน เขาเคยพากองทัพออกเดินทางมาหลายต่อหลายครั้งแล้ว และนี่ก็ไม่ใช่ครั้งแรกที่พวกเขาพบอสูรเวทระหว่างทาง แต่ก่อนหน้านี้ไม่เคยมีอสูรเวทฝูงใดโจมตีกองทัพก่อนเลยสักครั้ง
แต่ด้วยความที่เขายังหาสาเหตุไม่ได้ จูเยวี่ยจึงต้องนำทัพเดินหน้าต่อไป ระหว่างทางพวกเขาถูกอสูรเวทโจมตีอีกสองสามครั้ง อสูรเวทเหล่านี้ระดับพลังไม่สูงมากแต่พวกมันเข้าโจมตีเป็นฝูง จึงทำให้รับมือได้ยาก
ขวัญและกำลังใจของกองทหารแห่งเมืองประจิมเร้นลับตกต่ำถึงขีดสุด เหล่าทหารดูไร้ซึ่งชีวิตชีวา เอาแต่บ่นกระปอดกระแปดไปตลอดทาง
……
ธงประจำกองทัพถูกปักไว้บนเนินเขาที่เต็มไปด้วยทรายสีเหลืองทอง เบื้องหลังธงมีกองทหารพร้อมด้วยอสูรเวทอาชา ทหารทุกนายกำลังยืนอยู่บนพื้น ในหมู่พวกเขามีคนในชุดคลุมสีดำพร้อมด้วยกลิ่นอายชั่วร้ายรวมอยู่ด้วย ทหารทุกนายต่างมองไปที่ชายผู้นั้นด้วยความเคารพนับถือ
“ศิษย์พี่อาหมู่หนี… หากทุกสิ่งเป็นไปตามแผนที่วางไว้ อีกไม่นานกองทหารแห่งเมืองประจิมเร้นลับจะต้องถึงเมืองโม่หลัว เมื่อถึงเวลานั้น เมืองโม่หลัวจะมีกำลังจากกองทัพมาเสริม เกรงว่าจะทำให้พวกเราตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบนะขอรับ” นักรบผู้น่าเกรงขามคนหนึ่งพูดพร้อมมุ่นคิ้ว
“แม่ทัพโม่หลิน ในฐานะผู้ติดตามคนสำคัญของราชาอวี่ เจ้าน่าจะพอคาดการณ์ได้ ระหว่างทางที่กองทหารแห่งเมืองประจิมเร้นลับเดินทางจากเมืองของตนมายังที่แห่งนี้ พวกเขาจะพบเจอเรื่องน่าประหลาดใจมากมายทีเดียว ข