้าได้เตรียมของขวัญเอาไว้ให้พวกเขาจนนับไม่หวาดไม่ไหว พอย่างเท้าเข้าเขตภูเขา เห็นทีจะได้สิ้นชีพกันหมดเป็นแน่” ชายชราในชุดคลุมสีดำยิ้มกริ่ม
โม่หลินชะงัก ไม่กล้าปัดสิ่งที่ตนเองเพิ่งได้ยินทิ้งไป เนื่องจากชายชราในชุดคลุมสีดำนี้เป็นถึงขั้นนักพรตยุทธการ หากมีเขากองทัพของพวกเขาก็จะสามารถเข้ายึดเมืองโม่หลัวได้โดยง่าย แต่กลับมีขั้นนักพรตยุทธการอีกคนปรากฏตัวขึ้นในเมืองโม่หลัวเสียได้ จึงทำให้การโจมตีของพวกเขาสำเร็จผลช้าลง
หลังจากยึดเมืองโม่หลัวได้แล้ว พวกเขาก็จะสามารถใช้กองกำลังทหารกดดันเมืองที่ใหญ่กว่าอย่างเมืองประจิมเร้นลับได้
ดูเหมือนว่าเมืองประจิมเร้นลับจะเข้าใจความตึงเครียดของสถานการณ์นี้เป็นอย่างดี จึงได้ส่งกำลังเสริมมาช่วย
“รายงานใหม่ขอรับ! สายของเราส่งข่าวมาว่ากองทหารแห่งเมืองประจิมเร้นลับได้เดินทางเข้าเขตหุบเขาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว”
ทหารลาดตระเวนรีบวิ่งเข้ามารายงานข่าวใหม่ให้โม่หลินและชายชราในชุดดำทราบ ดวงตาของทั้งสองเป็นประกายขึ้นทันที ทั้งสองขึ้นขี่หลังอาชาแล้วสั่งการให้ทหารของตนรีบออกเดินทาง
ขวัญกำลังใจของกองทหารลำดับสามแห่งเมืองประจิมเร้นลับในตอนนี้เรียกได้ว่าตกต่ำถึงขีดสุด หลังจากที่ต้องเผชิญหน้ากับการโจมตีของฝูงอสูรเวทหลายต่อหลายครั้งมาตลอดทาง พวกเขาทั้งงงงวยและเหนื่อยอ่อนทั้งร่างกายและจิตใจ เรียกได้ว่าสภาพของกองทหารในตอนนี้ย่ำแย่มากทีเดียว
จูเยวี่ยเข้าใจความยากลำบากของสถานการณ์ดี