ามเล่าไม่หยุดหย่อนแล้ว
อาหารส่วนมากในเมืองประจิมเร้นลับมีรสเผ็ดและหวาน จึงเป็นเรื่องยากที่คนในเมืองนี้จะไม่อยากสวาปามอาหารเผ็ดๆ ที่อยู่ตรงหน้า แต่ปัจจัยเดียวที่หยุดไม่ให้พวกเขารีบตักเต้าหู้ผัดพริกเข้าปากคือมันปรุงขึ้นจากวัตถุดิบธรรมดา
หากว่าเต้าหู้ผัดพริกในหม้อถูกรังสรรค์ขึ้นจากวัตถุดิบพลังปราณ พวกเขาคงจะต่อยตีแย่งกันกินไปแล้ว อาจจะถึงขนาดยอมเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อที่จะได้ลิ้มลองเลยทีเดียว
“รสชาติของมัน… อืม… ช่างหอมหวานเกินห้ามใจเสียจริง!” ทหารนายแรกที่ได้ลองเต้าหู้ผัดพริกพูดออกมาทั้งที่ปากยังชาอยู่ ความรู้สึกชาแผ่ซ่านไปถึงลิ้นจนทำให้เขาพูดตะกุกตะกัก ความเผ็ดร้อนจัดจ้านของเต้าหู้ผัดพริกชามนี้รุนแรงไม่ใช่น้อย
นัยน์ตาของกองทหารที่รายล้อมอยู่ลุกวาวขึ้นมาทันที พวกเขาต่างกลืนน้ำลายพลางจ้องมองเต้าหู้ผัดพริกตรงหน้า ราวกับเป็นฝูงสุนัขป่าที่จ้องเหยื่อตาเป็นมัน
ใครจะไปสนกันว่ามันจะทำจากวัตถุดิบพลังปราณหรือไม่! พวกเขาสนเพียงว่ามันอร่อยหรือเปล่าเท่านั้น มีเพียงคนโง่เท่านั้นที่จะไม่อยากกินอาหารดีๆ
“เอามาให้ข้าชามหนึ่ง!”
“ข้าเอาด้วยชามหนึ่ง! ข้าชอบของเผ็ดๆ จะตาย”
“รีบๆ เอาเต้าหู้ผัดพริกมาให้ข้าชามหนึ่งเร็วเข้า! ข้าทนหิวไม่ไหวอีกแล้ว!”
เสียงตะโกนโหวกเหวกและการทุ่มเถียงระเบิดขึ้น ทหารทุกนายต่างพากันมายืนรุมล้อมปู้ฟางแล้วแย่งกันสั่งเต้าหู้ผัดพริกเป็นการใหญ่ ทุกคนต่างตื่นเต้นจนต้องร้องตะโกนสั่งอาหารอ