แล้วข้าจะเข้าร่วมกองทัพได้อย่างไร” ปู้ฟางกลับมาที่ห้องหลังจากอาบน้ำแล้ว เขายกมือขึ้นสางผมที่ยังเปียกพร้อมเอ่ยถามระบบไปด้วย
“อีกสองวันระบบจะเปิดวงแหวนปราณเคลื่อนย้าย ส่วนเรื่องการเข้าร่วมกองทัพนั้นเป็นความรับผิดชอบของนายท่านเอง” ระบบตอบเสียงนิ่ง
ปู้ฟางยิ้มมุมปาก แปลว่าเขาต้องหาทางลอบเข้าไปในกองทัพด้วยตนเองหรือ นี่เป็นครั้งแรกที่ชายหนุ่มรู้สึกว่า… ระบบนั้นช่างพึ่งพาไม่ได้เอาเสียเลย
แค่คิดเรื่องนี้ปู้ฟางก็รู้สึกปวดศีรษะแล้ว เขาจะเข้าร่วมกองทัพได้อย่างไร กองทัพนี่จู่ๆ จะรับคนเพิ่มหรือไม่ แล้วพวกเขาจะรับข้าเข้าไปทำไมกัน
ปู้ฟางกะพริบตาปริบๆ เมื่อรู้สึกว่าการเดินทางไปยังเมืองประจิมเร้นลับของเขาในครั้งนี้ค่อนข้างเป็นปัญหาใหญ่ทีเดียว
ในเมื่อคิดหาทางออกดีๆ ไม่ได้ ปู้ฟางก็กระโดดขึ้นเตียงก่อนจะหลับสนิทไปทันที
หากเทียบกับการครุ่นคิดจนศีรษะจะแตก การนอนหลักพักผ่อนนั้นสำคัญกว่ามากนัก
สองวันผ่านไปในพริบตา
สองวันนี้ร้านเปิดให้บริการตามปกติ ปู้ฟางยังคงรักษาตารางการฝึกทำอาหารเอาไว้อย่างสม่ำเสมอ
“เอ่อ… ข้าจะไม่อยู่ร้านสักพัก จะไปฝึกปรือฝีมือการทำอาหารของตัวเอง ส่วนเรื่องจะกลับมาเมื่อไรข้าเองก็ยังไม่แน่ใจนัก กิจการของร้านต้องฝากพวกเจ้าแล้ว” ปู้ฟางกล่าวกับเซียวเสี่ยวหลงและอวี่ฝูในครัวด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“พอข้ากลับมา ข้าจะมาสอนวิธีทำอาหารจานใหม่ให้”
ดวงตาของเซียวเสี่ยวหลงและอวี่ฝูเป็นประกายทันที ชายหนุ่มห