ยไปทีละน้อย
สุดท้ายเซี่ยอวี่ก็ได้รับรู้ว่าความหวาดกลัวจับขั้วหัวใจนั้นเป็นอย่างไร เขาเงยหน้ามองสุนัขสีดำที่กำลังเชิดหน้าวิ่งเหยาะๆ ไปทั่วร่างของมังกรอุทกด้วยท่วงท่าสง่างามไม่ต่างจากแมว ร่างของชายร่างยักษ์สั่นเทา ไอ้สุนัขเวรนั่นมันเป็นตัวอะไรกันแน่!
ตอนนี้หัวของมังกรนั้นไม่ต่างอะไรจากลูกโป่งที่ถูกกระทืบจนบี้แบนติดพื้น เลือดหลั่งไหลออกมาจากปากของมัน แม้สมองจะไม่ระเบิด แต่พลังชีวิตก็เหือดแห้งไปเรียบร้อยแล้ว
แรงกระทืบของเจ้าดำฉีกกระชากยันต์ผู้ปราบอสูรเวทไปพร้อมๆ กับวงแหวนปราณที่ถูกฝังลึกอยู่ในสมองของมังกร ซึ่งตอนนี้แหลกเละจนไม่ต่างจากแอ่งโคลน หากไม่ใช่เพราะปู้ฟางขอไว้ เจ้าสุนัขสีดำผู้ดุร้ายคงทำลายร่างที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นอสูรเวทผู้ยิ่งใหญ่ไปแล้ว
ท่านสุนัขผู้ยิ่งใหญ่ส่งเสียงขู่ในลำคอ มันไม่เคยสนใจเหล่าจิ้งเหลนที่ชอบอวดอ้างว่ามีสายเลือดมังกรอยู่แล้ว ดังนั้นจึงไม่คิดปรานีไอ้จิ้งเหลนยักษ์ตรงหน้าที่ไม่เจียมกะลาหัวกล้าทำตัวกำเริบเสิบสานต่อหน้ามัน
ร่างของเซี่ยอวี่สั่นเทิ้มไปทั้งตัวเมื่อความเจ็บปวดเข้าโจมตีจิตใจ เขาอาศัยความแข็งแกร่งของมังกรอุทกระดับแปดเพื่อรักษาอำนาจของตนในวิหารเทพเจ้าลงทัณฑ์มาตลอด หากครั้งนี้เขาต้องเสียมังกรอุทกตัวนี้ไปจริงๆ ตำแหน่งของเขาต้องสั่นคลอนอย่างแน่นอน
“แม่งเอ๊ย! แม่งเอ๊ย!” ร่างใหญ่ยักษ์ของเซี่ยอวี่สั่นสะท้าน นัยน์ตาเคลือบไปด้วยความเสียใจสุดแสน
เสียงคำรามไม่พอใจดังก้