างยกไม้กระดานปิดทางเข้าร้านขึ้น แล้วเดินออกไปพร้อมจานใส่ซี่โครงเปรี้ยวหวาน
อากาศตอนเช้าของฤดูใบไม้ผลิยังเย็นอยู่ สายลมอ่อนพัดพาให้กลิ่นของซี่โครงเปรี้ยวหวานกระจายไปทั่ว มันหอมหวนชวนน้ำลายสอเป็นอย่างยิ่ง
“เจ้าดำ ได้เวลากินอาหารแล้ว”
ปู้ฟางผิวปาก วางจานซี่โครงเปรี้ยวหวานตรงหน้าเจ้าดำที่นอนสบายใจอยู่หน้าประตู
เจ้าดำลืมตาขึ้นอย่างเกียจคร้าน พลางปรายตามองซี่โครงเปรี้ยวหวานตรงหน้า เจ้าสุนัขเหยียดยิ้ม ไม่ได้รู้สึกตื่นเต้นกับอาหารจานอร่อยเหมือนอย่างที่เคยเป็นมา
สีหน้าท่าทางที่เหมือนมนุษย์ของเจ้าสุนัขตัวอ้วนทำเอาปู้ฟางตกใจไม่น้อย เกิดอะไรขึ้นกัน
ทว่าเมื่อเจ้าดำสูดกลิ่นซี่โครงเปรี้ยวหวานตรงหน้า ดวงตาของมันก็เป็นประกายวาววับ เจ้าสุนัขปรายตามองปู้ฟางด้วยความขุ่นเคือง พลางอ้าปากเขมือบอาหารในจานอย่างตะกละตะกราม ราวกับว่าไม่ได้กินอะไรมาหลายวันแล้ว
ปู้ฟางเลิกคิ้ว ยกมือขึ้นลูบขนนุ่มของเจ้าดำ จากนั้นก็ยืนขึ้นเพื่อเตรียมตัวเดินกลับเข้าร้าน
เมื่อมาถึงหน้าทางเข้า ชายหนุ่มก็เห็นเซียวเสี่ยวหลงกำลังเดินเอ้อระเหยเข้าตรอกมา
“ทำไมเจ้าถึงมาสายนัก ไม่คิดจะฝึกทักษะการใช้มีดกับการแกะสลักหรืออย่างไร” ปู้ฟางจ้องเซียวเสี่ยวหลงเขม็งพลางเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงขุ่นเคือง
เซียวเสี่ยวหลงตัวสั่นเทา พลางนึกขึ้นได้ว่าปู้ฟางกลับมาแล้ว ชายหนุ่มทำตัวเกียจคร้านไม่น้อยช่วงที่ปู้ฟางไม่อยู่ร้าน
“เข้าไปในครัวเร็ว ข้าจะทดสอบทักษะการใช้ม