รโจมตีด้วยลูกธนูเมื่อครู่… ช่างน่าสะพรึงกลัวยิ่ง และแน่นอนว่าย่อมไม่ใช่ฝีมือของคนธรรมดาทั่วไปแน่
“ราชาอวี่… ท่านคบค้ากับคนประเภทใดกัน ข้าขอเตือนท่านด้วยความหวังดีว่าอย่าไปหลงกลแล้วนำความพินาศเข้ามาสู่ตัวของท่านเอง อย่าทำลายจักรวรรดิวายุแผ่วอันเกรียงไกรของท่านด้วยน้ำมือตัวเองเลย!” เหลียนฟู่ยกมือกดหน้าอกตัวเองแน่น กระบี่สวรรค์ทมิฬในมือตอนนี้แหลกเป็นผุยผงไปแล้ว เหลือทิ้งไว้เพียงด้ามเท่านั้น เมื่อมองด้ามกระบี่ที่เหลือ เหลียนฟู่ก็รู้สึกเศร้าใจเป็นอย่างยิ่ง
จีเฉิงอวี่ที่เลือดขึ้นตาหันไปมองทางเรือใหญ่ เขาไม่คาดคิดมาก่อนว่าคนบนเรือจะเข้ามาก้าวก่าย… พวกเขาสัญญาแล้วนี่ว่าจะไม่เข้ามายุ่ง!
“ขันทีอย่างเจ้าจะสู่รู้มากเกินไปแล้ว”
เสียงดังสนั่นสะท้อนไปทั่วท้องน้ำเมื่อลูกธนูอีกดอกพุ่งออกมาจากเรือลำใหญ่ สีของมันดำเมี่ยมราวกับหมึก ลูกธนูดอกนั้นแหวกอากาศเข้ามาทันที
เหลียนฟู่เบิกตากว้าง พยายามรวบรวมพลังปราณที่เหลือในกาย เขาเหวี่ยงฝ่ามือออกไปด้านหน้าหวังจะปัดป้องลูกธนู
ทว่าลูกธนูนั้นตัดผ่านท้องฟ้าก่อนจะเสียบทะลุร่างของชายชรา เลือดกระเซ็นออกมาเป็นทาง
เหลียนฟู่ซวนเซถอยหลังไปหลายก้าวกลางอากาศ ชายชรากัดปากตนเองขณะกล้ามเนื้อบนใบหน้ากระตุกรุนแรง รูขนาดใหญ่ปรากฏอยู่บนอก พร้อมด้วยหมอกสีดำสนิทที่หมุนวนกัดกินเนื้อบริเวณปากแผล
อั่ก…
โลหิตจำนวนมากทะลักออกจากปากชายชราอีกครั้ง ทำให้ใบหน้าของเหลียนฟู่ที่ซีดเซียวอยู่แล