้วขาวซีดลงไปอีก เขาไม่มีพลังแม้กระทั่งจะถือด้ามกระบี่เอาไว้ ส่วนที่เหลือของกระบี่ตกลงไปในมหาสมุทรพร้อมเสียงกระทบน้ำเบาๆ
“กระบี่สวรรค์ทมิฬ…” ความโศกเศร้าฉาบเคลือบใบหน้าของเหลียนฟู่ กระบี่เล่มนี้จักรพรรดิฉางเฟิ่งประทานมาให้ อนิจจาเครื่องหมายแทนความทรงจำชิ้นนี้สุดท้ายก็สลายกลายเป็นฝุ่นเสียแล้ว
เขาเคยสาบานว่าจะพิทักษ์รักษากระบี่เล่มนี้ด้วยชีวิต ในเมื่อตอนนี้กระบี่แหลกสลายไปแล้ว… ชีวิตของเขาก็คงใกล้ถึงคราวจบสิ้นแล้วเช่นกัน
“เจ้า!!” จีเฉิงอวี่ถลึงตามองร่างหลายร่างที่อยู่ในห้องโดยสารเรืออย่างโกรธเคือง เขากัดกรามแน่นจนขึ้นสัน แสดงให้เห็นถึงโทสะที่เผาไหม้อยู่ในอก
เขาไม่ต้องการให้ใครสอดมือเข้ามายุ่ง แต่ต้องการเอาชนะเหลียนฟู่ด้วยตนเอง เพื่อเป็นการพิชิตบุคคลที่ตนเคยมองว่าแข็งแกร่งไร้เทียมทานในอดีต
เขาหันไปมองเหลียนฟู่ผู้ที่ดูเหมือนว่ากำลังจะตายลงในไม่ช้า เลือดทะลักออกมาจากอกของชายชรา ไหลหยดลงในมหาสมุทรกว้างใหญ่ ก่อนจะถูกคลื่นรุนแรงซัดหายไปในพริบตา
ฝูงปลาตัวเขื่องในมหาสมุทรที่ตามกลิ่นเลือดมาเริ่มกระโจนขึ้นจากน้ำ พวกมันมารวมตัวกันบริเวณที่เลือดของเหลียนฟู่หยดกระทบน้ำ จนทำให้เกิดคลื่นกระจาย
เส้นผมแตกแห้งของเหลียนฟู่ค่อยๆ ร่วงลงมา ใบหน้าขาวซีดราวกระดาษ บ่งบอกสัญญาณว่าชีวิตใกล้ถึงขีดจำกัดแล้ว
“ราชาอวี่… โปรดอย่าทำลายงานที่พ่อของท่านทำมาชั่วชีวิตเลย!”
เหลียนฟู่ทอดถอนใจเสียงต่ำ
ตู้ม!
ม่านตาของจีเฉิงอ