ยวเคออวิ่นอยู่นั้น อีกฝ่ายก็กำลังพิจารณาเขาอยู่เช่นกัน รูม่านตาของชายวัยกลางคนหดแคบเมื่อสัมผัสได้ถึงกระแสพลังปราณกล้าแกร่งภายในกายของชายหนุ่มตรงหน้า
หัวใจของเซียวเคออวิ่นสั่นไหว เขาเปิดปากถามทันที
“พ่อหนุ่มคนนี้คือ”
“นี่คือเถ้าแก่ปู้ สหายของเยียนอวี่จากนครหลวงเจ้าค่ะ ดูเหมือนว่าทั้งสองจะพบกันโดยบังเอิญที่เมืองนครใต้แห่งนี้ เยียนอวี่จึงชวนเขามาพักในฐานะแขกของบ้านเรา” หลินฉินเอ๋อร์อธิบายด้วยรอยยิ้ม
“อ้อ… ความจริงข้ามาที่คฤหาสน์ตระกูลเซียวเพื่อขอชิมซาลาเปาทอดไส้หมูฝีมือท่าน ด้วยเหตุนี้ข้าจึงอยากขอร้องให้ท่านทำให้ข้าชิมสักจานหนึ่งได้หรือไม่” ปู้ฟางผสานมือคารวะพลางพูดกับหลินฉินเอ๋อร์อย่างอ่อนน้อม
“ท่านอาสอง เถ้าแก่ปู้อุตส่าห์ดั้นด้นเดินทางไกลจากนครหลวงมายังเมืองนครใต้แห่งนี้เพื่อชิมรสมือของท่านอาสะใภ้ ไม่ทราบว่า…” เซียวเยียนอวี่มองเซียวเคออวิ่นแล้วพูดด้วยรอยยิ้ม
แต่ก่อนที่นางจะทันได้พูดจบ ก็พลันถูกท่าทีเย็นชาของเซียวเคออวิ่นขัดขึ้นเสียก่อน
“ไม่ได้ ฉินเอ๋อร์ไม่ทำซาลาเปาแล้ว ขอพ่อหนุ่มจงกลับไปเถิด” ใบหน้าของเซียวเคออวิ่นเคร่งขรึมขึ้นทันที เขาส่ายหน้าแล้วกล่าวไล่แขกอย่างตรงไปตรงมา
ใบหน้าของเซียวเยียนอวี่พลันแข็งทื่อ นางหันไปมองหน้าปู้ฟางอย่างไม่รู้จะช่วยอย่างไร
หลินฉินเอ๋อร์มองหน้าปู้ฟางแล้วยิ้มอย่างขออภัย อันเป็นการบอกอย่างชัดเจนว่านางไม่ประสงค์ทำตามคำขอของเขา
“ท่านแม่… แต่ศิษย์พี่เดินทาง