่ว่าเขามาจากตระกูลเซียวในเมืองนครใต้จัดได้ว่าเป็นเรื่องสำคัญมากพอตัวเลยทีเดียว
“ไม่ละ มันแพงเกินกว่าที่เจ้าจะจ่ายไหว” ปู้ฟางทำหน้าเหมือนเพิ่งนึกอะไรบางอย่างออก สีหน้าของเขาเปลี่ยนเป็นเวทนาขณะมองไปยังเด็กหนุ่มตรงหน้าด้วยสายตาสงบนิ่ง
“แพงกว่าที่ข้าจะจ่ายไหวรึ อยากจะหัวเราะให้ฟันร่วงหมดปาก… ข้าเสนอพันเหรียญทองเลยเอ้า มอบหุ่นเชิดโลหะตัวนี้ให้ข้าเสียดีๆ” เด็กหนุ่มพ่นลมเยาะพลางปัดคำเกทับของปู้ฟางทิ้งไปด้วยน้ำเสียงเยียบเย็น
กับอีแค่หุ่นเชิดโลหะ มันวิเศษวิโสขนาดจะไปบุกดวงจันทร์หรือกินผลึกเป็นอาหารหรืออย่างไร
พันเหรียญทอง… ปู้ฟางปากกระตุก จากนั้นก็มองเด็กหนุ่มตรงหน้าด้วยสายตาเหมือนมองคนบ้าใบ้พูดภาษาคนไม่รู้เรื่อง อาหารที่เจ้าขาวทำลายทิ้งในแต่ละวันยังแพงกว่าพันเหรียญทองมากนัก เจ้าเด็กนี่มองเขาเป็นขอทานหรืออย่างไร
“พันเหรียญทอง… ฮ่าๆ ตลกดี” ปู้ฟางเอ่ยเย้ยเสียงเย็นแต่ใบหน้ายังคงนิ่งสนิท
ดวงตาของเจ้าขาวกะพริบแสง มันมองปู้ฟางจากนั้นก็มองเด็กหนุ่ม
“ไอ้บ้านนอก อย่าโลภมากนักเลย แค่ข้าสนใจหุ่นเชิดนี่ก็นับเป็นบุญของเจ้านักหนาแล้ว!” เด็กหนุ่มโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ แค่เขาเสนอจะซื้อหุ่นเชิดซอมซ่อนี่ด้วยราคาพันเหรียญทองยังไม่มากพออีกหรือ เดี๋ยวนี้พวกบ้านนอกหัดโลภมากตั้งแต่เมื่อไรกัน
ปู้ฟางมุ่นคิ้วเม้มปาก จากนั้นก็ถอนหายใจออกมา “หยุดไร้สาระเสียที ข้าบอกแล้วอย่างไรว่าเจ้าไม่มีเงินพอจ่ายหรอก”
ไร้สาระบ้านบิดาเจ้า